ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์จำเลยเป็นบุตรพระศิริผล และนางนุ่ม ๆ ตายเมื่อ พ.ศ. 2492 พระศิริผล ตายเมื่อ พ.ศ. 2496 พระศิริผล ทำพินัยกรรมลงวันที่ 26 สิงหาคม 2492 ยกทรัพย์อันเป็นมรดกให้แก่โจทก์ทั้งสิ้น จำเลยอ้างว่าพระศิริผลทำพินัยกรรมให้อีกฉบับหนึ่งลงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2494 โจทก์ยืนยันว่าพินัยกรรมของพระศิริผลฉบับลงวันที่ 26 สิงหาคม 2492 เป็นพินัยกรรมที่แท้จริงสมบูรณ์ใช้ได้ตามกฎหมาย ส่วนพินัยกรรมที่จำเลยกล่าวอ้างลงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2494 เป็นพินัยกรรมที่ปลอมขึ้น ใช้ไม่ได้ตามกฎหมายเพราะความจริงพระศิริผลมิได้ทำพินัยกรรมลงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2494 ขึ้นไว้เลย เอกสารฉบับที่จำเลยอ้างว่าเป็นพินัยกรรมนี้ถ้าหากมีลายมือชื่อพระศิริผลลงนามไว้ ก็เพราะพระศิริผลถูกหลอกลวงให้หลงผิดอันเกิดจากการกระทำของจำเลยในขณะที่พระศิริผลป่วยเจ็บสติหลงใหลฟั่นเฟือน ทั้งพฤติการณ์ที่ทำให้เกิดพินัยกรรมฉบับนี้ก็ไม่ชอบด้วยกฎหมายว่าด้วยการทำพินัยกรรม จึงขอให้ศาลพิพากษาให้โจทก์แต่ผู้เดียวเป็นผู้รับมรดกพระศิริผลตามพินัยกรรมฉบับลงวันที่ 26 สิงหาคม 2492 และให้สั่งว่าพินัยกรรมฉบับลงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2494 ซึ่งจำเลยอ้างไม่สมบูรณ์

จำเลยให้การว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุม และว่าพินัยกรรมฉบับลงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2494 ถูกต้องตามกฎหมาย

ศาลชั้นต้นงดสืบพยานและวินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมและวินิจฉัยต่อไปว่าไม่มีทางจะสั่งว่าพินัยกรรมฉบับลงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2494 ไม่สมบูรณ์และเห็นว่าพินัยกรรมฉบับลงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2494 ต้องด้วยข้อสันนิษฐานของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 6 ว่าสมบูรณ์ จึงพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าฟ้องของโจทก์ไม่เคลือบคลุมรวมความแล้วเข้าใจได้ว่าพินัยกรรมของโจทก์แท้จริงสมบูรณ์ แม้จะกล่าวเลยไปถึงพินัยกรรมของจำเลยว่าไม่มี ไม่สมบูรณ์ก็เป็นการประกอบ จึงพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ดำเนินการต่อไปตามกระบวนความ

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่าการอ้างในสถานหนึ่งว่าเป็นพินัยกรรมปลอมโดยเจ้ามรดกมิได้ทำขึ้นไว้ และอีกสถานหนึ่งว่าถ้าหากมีลายมือชื่อเจ้ามรดกลงนามไว้ก็เป็นเพราะถูกหลอกลวงให้หลงผิด ฯลฯ ทั้งพฤติการณ์ที่ทำให้เกิดพินัยกรรมนี้ก็ไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เป็นการแสดงสภาพแห่งข้อหาขัดแย้งกันเพราะข้อหาว่าพินัยกรรมถูกปลอมขึ้น กับข้อหาว่าเจ้ามรดกถูกหลอกลวงให้หลงผิดลงชื่อไว้ เพราะพฤติการณ์ที่ทำให้เกิดพินัยกรรมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้นเป็นข้อหาคนละเรื่องคนละอย่าง จะเป็นไปไม่ได้ทั้งสองอย่างในเวลาเดียวกันจึงเป็นฟ้องเคลือบคลุมแสดงสภาพแห่งข้อหาไม่ชัดแจ้ง ไม่เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 วรรคสอง(อ้างฎีกา 51/2487, 493/2495)

การที่ศาลวินิจฉัยฟังว่าฟ้องตามข้อหาประการหลังเคลือบคลุมนั้น คงถือได้เพียงฟ้องนั้นตกไปไม่รับพิจารณาข้อหาอันเกิดจากฟ้องนั้นมิใช่รับฟังเลยไปได้ว่าพินัยกรรมฉบับลงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2494 เป็นพินัยกรรมที่ชอบด้วยกฎหมายอันจะเพิกถอนพินัยกรรมฉบับลงวันที่ 26 สิงหาคม 2492 ซึ่งมีข้อความขัดแย้งกันเสียได้ตามความในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1697 ที่ศาลชั้นต้นอ้างประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 6 มาปรับฟังว่าพินัยกรรมฉบับลงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2494 เป็นพินัยกรรมที่สมบูรณ์นั้นศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฉะนั้นคดีจึงยังมีประเด็นโต้เถียงกันตามฟ้องของโจทก์ประการแรกซึ่งจำเลยให้การต่อสู้ไว้อันจะต้องดำเนินการต่อไปตามกระบวนความ

จึงพิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th