ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


คดีนี่ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า จ. จำเลยซึ่งเป็นทนายโจทก์ในคดีแพ่งเรื่องหนึ่งได้สมคบกับจำเลยอื่น ๆ ปลอมใบรับเงินมายื่นต่อศาลว่าโจทก์ได้รับชำระหนี้จากจำเลยในคดีเรื่องนั้นแล้ว จึงพิพากษาให้จำคุก จ. จำเลยมีกำหนด ๑ ปี ตาม ม. ๓๐๔ - ๒๒๔ ซึ่งเป็นบทที่หนัก
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ลงโทษจำเลยตาม ม. ๒๒๔ แต่บทเดียวให้จำคุก ๒ ปี
โจทก์แลจำเลยที่ ๔ ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์กับจำเลยที่ ๔ ฎีกาข้อเท็จจริงไม่ได้ เพราะศาลเดิมและศาลอุทธรณ์พิพากษายืนในข้อเท็จจริง วางบทมาตราเดียว แต่แก้โทษจำคุกเท่านั้น นับว่าเป็นแก้ไขน้อย ส่วนข้อที่ขอให้ลงโทษจำเลยฐานฉัอโกงนั้น เห็นว่าปราฏกแต่เพียงว่ามาขอรับโฉนดไปจากโจทก์ว่าจะจัดการยึดทรัพย์นั้นเป็นเวลาก่อนการปลอมใบรับเงินยังไม่เข้าเกณฑ์แห่งความผิดฐานฉ้อโกง
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

