ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า บริษัทรุสเซล อูคราฟ จำกัด ออกตั๋วแลกเงิน 6 ฉบับ ๆ ละ 5,000 เหรียญสหรัฐ สั่งให้จำเลยทั้งสองใช้เงินแก่ธนาคารอินโดจีน จำกัด โดยให้ธนาคารกรุงเทพ จำกัด เรียกเก็บเงินจากจำเลย จำเลยทั้งสองเห็นและได้รับรองตั๋วแลกเงินทั้ง 6 ฉบับแล้ว จำเลยทั้งสองผิดนัดไม่ชำระเงินให้แก่ธนาคารอินโดจีน ธนาคารอินโดจีนสลักหลังตั๋วแลกเงินให้แก่โจทก์เพื่อเรียกเก็บจากจำเลยทั้งสอง โจทก์ทวงถามจำเลยทั้งสองแล้วก็ไม่ชำระจำนวนเงิน 30,000 เหรียญสหรัฐเท่ากับเงินไทย 624,000 บาท โจทก์ขอคิดดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่หนี้ถึงกำหนดชำระจนกว่าจะชำระเสร็จ ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินต้นดอกเบี้ยดังกล่าว และค่าชักส่วนลด

จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่ใช่ผู้ทรง จำเลยทั้งสองมิได้เป็นหนี้โจทก์โจทก์คิดดอกเบี้ยและค่าชักส่วนลดไม่ได้ คดีของโจทก์ขาดอายุความ

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 511,250 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันถึงกำหนดชำระของตั๋วแลกเงินแต่ละฉบับจนกว่าจะชำระเงินเสร็จ คำขอนอกจากนี้ให้ยก

โจทก์จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินตามตั๋วแลกเงินหมาย จ.2 อีก 102,250 บาท คำขอในเรื่องดอกเบี้ยให้ยก

โจทก์จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยได้รับรองตั๋วแลกเงินทั้ง 6 ฉบับ ตามฟ้องซึ่งจำเลยจะต้องรับผิด ส่วนปัญหาเรื่องโจทก์จะคิดดอกเบี้ยจากจำเลยได้หรือไม่นั้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตั๋วแลกเงินพิพาททั้ง 6 ฉบับมิได้ระบุถึงเรื่องดอกเบี้ยไว้ และแม้เป็นกรณีที่โจทก์ผู้ทรงใช้สิทธิเรียกร้องโดยตรงจากห้างหุ้นส่วนจำเลยที่ 1 ผู้จ่าย ซึ่งได้ทำการรับรองตั๋วแลกเงินแล้วไม่ใช่เรียกร้องเอาจากบุคคลซึ่งตนใช้สิทธิไล่เบี้ยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 968 โจทก์ก็มีสิทธิเรียกเอาดอกเบี้ยได้เมื่อตั๋วแลกเงินถึงกำหนดชำระและมีการผิดนัดแล้ว ตามหลักหนี้ทั่วไปดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 204, 224 เมื่อโจทก์ผู้ทรงมีสิทธิไล่เบี้ยเรียกเอาดอกเบี้ยอัตราร้อยละห้าต่อปีนับแต่วันถึงกำหนดชำระจากบรรดาผู้สลักหลัง ผู้สั่งจ่าย และบุคคลอื่น ๆ ซึ่งต้องรับผิดตามตั๋วแลกเงินนั้นได้แล้วก็ย่อมมีสิทธิเรียกเอาดอกเบี้ยในอัตราร้อยละห้าต่อปีจากจำเลยที่ 1 ผู้รับรองตั๋วแลกเงินซึ่งต้องร่วมกันกับบุคคลดังกล่าวรับผิดต่อโจทก์ผู้ทรงได้ด้วยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 967,968(2)

พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน613,500 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละห้าต่อปีนับแต่วันตั๋วแลกเงินแต่ละฉบับถึงกำหนดชำระจนถึงวันที่จำเลยชำระเสร็จแก่โจทก์

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th