ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้เช่านาเฉพาะส่วนของจำเลยที่ 1 เมื่อวันที่ 26กันยายน 2520 จำเลยที่ 1 ขายนาแปลงที่โจทก์เช่าให้จำเลยที่ 2 ในราคา15,000 บาท โดยมิได้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. 2517มาตรา 41 กล่าวคือมิได้แจ้งให้โจทก์ทราบถึงราคาที่จะขายและวิธีการชำระเงินทั้งมิได้แจ้งหรือส่งสำเนาสัญญาให้คณะกรรมการควบคุมการเช่านาประจำอำเภอทราบ ถ้าจำเลยที่ 1 แจ้งให้โจทก์ทราบโจทก์พร้อมที่จะซื้อ โจทก์ทราบถึงการซื้อขายดังกล่าวจึงได้ยื่นคำร้องต่อนายอำเภอท้องที่ฐานะประธานกรรมการควบคุมการเช่านายอำเภอได้นัดให้จำเลยทั้งสองไปพบ ปรากฏว่าหลังจากได้รับหนังสือนัดของนายอำเภอแล้ว จำเลยที่ 2 ได้จดทะเบียนโอนขายนาแปลงพิพาทให้จำเลยที่ 1 ในราคา 15,000 บาท โดยมิได้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านาอีกเช่นเดียวกัน แล้วจำเลยทั้งสองไปพบนายอำเภอและจำเลยที่ 1ได้แจ้งความประสงค์จะขายนาให้โจทก์ในราคา 50,000 บาท โจทก์จึงไม่รับซื้อนายอำเภอเปรียบเทียบไม่ตกลงกัน โจทก์มีสิทธิซื้อนาจากจำเลยที่ 1 ในราคา15,000 บาท แต่จำเลยที่ 1 ไม่ยอมขายจึงขอให้จำเลยที่ 1 ขายนาพิพาทให้โจทก์ในราคา 15,000 บาท ถ้าไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา

จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ 1 มิได้มีเจตนาโอนขายนาพิพาทให้จำเลยที่ 2การโอนดังกล่าวทำขึ้นเพื่อเป็นประกันการกู้ยืมเงินเท่านั้น โดยจำเลยที่ 1 ได้กู้เงินจำเลยที่ 2 ไป 15,000 บาท ตกลงโอนนาให้จำเลยที่ 2 ยึดไว้เป็นประกัน เมื่อจำเลยที่ 1ชำระเงินกู้ให้จำเลยที่ 2 แล้ว จำเลยที่ 2 จึงโอนนาพิพาทคืนให้จำเลยที่ 1 ตามข้อตกลงนาพิพาทหากมีการซื้อขายกันจริงจะต้องขายในราคา 50,000 บาท ตามราคาที่ซื้อขายตามปกติ

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 มีเจตนาขายนาพิพาทให้จำเลยที่ 2 โดยไม่แจ้งให้โจทก์ซึ่งเป็นผู้เช่านาทราบก่อนเป็นการไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา จำเลยที่ 1 จึงต้องขายนาให้โจทก์ตามวิธีการและราคาที่ขายให้แก่จำเลยที่ 2 ส่วนจำเลยที่ 2 ไม่มีชื่อเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในนาพิพาทและโจทก์มิได้ขอบังคับจำเลยที่ 2 พิพากษาให้จำเลยที่ 1 ขายนาพิพาทให้โจทก์ในราคา 15,000 บา หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา ยกฟ้องจำเลยที่ 2

จำเลยที่ 1 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า การซื้อขายนาพิพาทระหว่างจำเลยที่ 1 ที่ 2เป็นเพียงเพื่อให้ที่ดินเป็นหลักประกันการชำระหนี้เงินกู้คืน มิใช่จำเลยที่ 1ขายนาพิพาท หรือจำเลยที่ 2 ซื้อแล้วขายนาพิพาทกลับคืนให้จำเลยที่ 1ไม่ต้องด้วยบทบัญญัติมาตรา 41 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านาพ.ศ. 2517 โจทก์ไม่มีสิทธิจะบังคับให้จำเลยที่ 1 โอนขายนาพิพาทให้แก่โจทก์ พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 1 ด้วย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงแล้วฟังว่า การที่จำเลยที่ 1 ขายนาให้จำเลยที่ 2ก็เพียงเพื่อให้ที่ดินเป็นหลักประกันการชำระหนี้เงินกู้ กรณีไม่ต้องด้วยมาตรา 41แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. 2517 โจทก์ไม่มีสิทธิบังคับให้จำเลยที่ 1ขายนาพิพาทให้แก่โจทก์

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th