ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่าที่พิพาทเป็นสินสมรสระหว่างโจทก์กับนางเขียวโจทก์กับจำเลยเคยพิพาทกันตามคดีแพ่งแดงที่ 91/2495 คดีถึงที่สุดว่าจำเลยเป็นบุตรโจทก์ ๆ จำเลยมีกรรมสิทธิร่วมกัน จึงขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยแบ่งที่ดินให้โจทก์ 3 ใน 4

จำเลยต่อสู้ว่าที่พิพาทเป็นสินเดิมของนางเขียวมารดาโจทก์จำเลยตกลงแบ่งที่พิพาทกันแล้ว โจทก์ได้ตอนตะวันออกจำเลยได้ตอนตะวันตกจำเลยได้ครอบครองมากว่า 10 ปีแล้วคดีโจทก์ขาดอายุความและเป็นฟ้องซ้ำ

ศาลชั้นต้นเห็นว่าตามคำฟ้องคำให้การกับสำนวนคดีที่เกี่ยวข้องคือคดีแดงที่ 91/2495 พอวินิจฉัยได้แล้วงดสืบพยานพิพากษาให้แบ่งที่ให้โจทก์ 3 ใน 4 ส่วน

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่าการที่ศาลยกเอาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีแพ่งแดงที่ 91/2465 มาวินิจฉัยนั้นย่อมทำได้ เพราะตามคำฟ้องและคำให้การระบุถึงคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีก่อนเป็นคำพิพากษาถึงที่สุดย่อมผูกมัดโจทก์จำเลยซึ่งเป็นคู่ความในคดีนั้น คดีนั้นศาลพิพากษาว่าที่พิพาทและนอกพิพาทในคดีนี้เป็นสินสมรสระหว่างโจทก์กับนางเขียวและโจทก์จำเลยครอบครองมาด้วยกัน ฉะนั้นจึงไม่มีอะไรที่จะต้องนำสืบอีก และคดีนี้ย่อมไม่ขาดอายุความทั้งเรื่องมรดกและการแย่งการครอบครองในคดีก่อนโจทก์ฟ้องว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ ขอให้ขับไล่จำเลย คดีถึงที่สุดว่าจำเลยมีส่วนร่วมอยู่ด้วย ขับไล่ไม่ได้ การที่โจทก์ฟ้องขอแบ่งที่พิพาทในคดีนี้อีกจึงเป็นคนละประเด็น ไม่เป็นฟ้องซ้ำ

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th