ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทย์ฟ้องว่าเมื่อ ร.ศ.๑๒๗ เจ้าพนักงานไปรังวัดออกโฉนด พวกโจทก์ยอมให้ ห.บิดาจำเลยซึ่งเปนผู้ใหญ่บ้านลงชื่อในโฉนดเป็นเจ้าของแต่ผู้เดียว เพื่อให้เสียค่าธรรมเนียมน้อย เมื่อ ๘ ปีมานี้ ห.ตาย จำเลยเปนผู้รับมฤดกไม่ยอมแบ่งที่ให้โจทก์ จำเลยต่อสู้ว่าเปนที่ของมารดามาแต่เดิม

ศาลเดิมตัดสินว่า ข้อเท็จจริงฟังไม่ถนัดว่าที่พิภาษเปนของฝ่ายใดแน่ เมื่อโจทก์ยินยอมให้ ห.มีชื่อในโฉนดแล้ว กรรมสิทธิที่ดินย่อมตกเปนของ ห.ตาม พ.ร.บ.ออกโฉนดที่ดิน ร.ศ.๑๒๗ จึงให้ยกฟ้องโจทก์เสีย

ศาลอุทธรณ์ตัดสินยืนตามศาลเดิม แลกล่าวว่าแม้จะฟังว่าเดิมเปนที่ของโจทก์ก็ดี เมื่อโจทก์ยินยอมให้ ห.ลงชื่อในโฉนดเพื่อหลีกเลี่ยงค่าธรรมเนียม ตามกฎหมาย ห.ควรได้รับกรรมสิทธิ

โจทก์ฎีกาว่า เมื่อศาลอุทธรณ์เชื่อเปนจริงตามข้อหาโจทก์แล้ว การที่ ห.มีชื่อในโฉนดจึงไม่ทำให้ที่ดินตกเปนกรรมสิทธิแก่ ห.

ศาลฎีกาตัดสินว่า คดีนี้โจทก์จะฎีกาได้ฉะเพาะในปัญหาข้อกฎหมายเท่านั้น แลศาลฎีกาจะต้องฟังข้อเท็จจริงตามศาลอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าที่รายนี้จะฟังว่าเปนของโจทก์ไม่ได้ เพราะโจทก์สืบไม่สมฟ้อง ซึ่งเปนการวินิจฉัยแลมีความหมายตรงกับที่ศาลเดิมกล่าวว่า " ข้อเท็จจริงจะฟังว่าที่พิภาษเปนของฝ่ายใดไม่ถนัด " แล้ว ส่วนข้อที่ศาลอุทธรณ์กล่าวว่า " แม้จะฟังเปนจริงดังข้อหาโจทก์ " นั้น คำกล่าวเช่นนี้หาใช่เปนข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ฟังไม่ ฎีกาของโจทก์จึงไม่มีปัญหาในข้อกฎหมาย ฎีกาไม่ได้ให้ยกเสีย

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th