ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

ได้ความว่า ที่ดินของโจทก์อยู่ในที่ล้อม โจทก์ได้อาศัยที่ดินของนางปุ้ยเป็นทางนำสัตว์และยานพาหนะเดินเข้าออกมาสู่ทางสาธารณะในฤดูทำนาทุก ๆ ปีหลายสิบปีแล้ว ต่อมานางปุ้ยได้โอนกรรมสิทธิที่ดินให้นางสาวหนูจำเลย เมื่อนางสาวหนูรับโอนมาแล้ว โจทก์ก็ยังได้อาศัยใช้ทางนี้เข้าออกสู่ทางสาธารณะเสมอทุกปีมา ครั้นเมื่อ พ.ศ.๒๔๗๗ นางสาวหนูปิดทางและห้ามมิให้โจทก์ใช้ทางเดินต่อไป และก่อนโจทก์ฟ้องคดีนี้นางสาวหนูจำเลยได้โอนที่พิพาทให้นายใช่จำเลยแล้ว นางสาวหนูจำเลยให้การตัดฟ้องว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เพราะขณะที่โจทก์ฟ้องที่ดินรายนี้ไม่ใช่ของนางสาวหนูจำเลย

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยเปิดทาง ส่วนนางสาวหนูเป็นผู้ปิดทางเดินก่อนโอนให้นายไข่จำเลย นางสาวหนูจึงต้องรับผิดชอบด้วย

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ ฟังว่าที่ของโจทก์อยู่ในที่ล้อมไม่มีทางออกและได้เคยอาศัยเดินในที่ของจำเลยมา แต่นางสาวหนูได้โอนที่ดินรายนี้ให้นายไข่ก่อนโจทก์ฟ้อง นางสาวหนูจึงไม่ต้องรับผิดชอบในเรื่องเปิดทางให้โจทก์ผ่านต่อไป ส่วนนายไข่จำเลยนั้น และไม่ตัดสิทธิที่จะเรียกค่าทดแทนจากโจทก์ตาม ป.พ.พ.มาตรา ๑๓๔๙, วรรค ๔

โจทก์ฎีกาขอให้ศาลบังคับนางสาวหนูด้วย

ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยเปิดทาง ศาลก็พิพากษาให้นายใช่ปฏิบัติตามคำขอแล้ว จะให้ศาลบังคับนางสาวหนูผู้ซึ่งไม่ใช่เจ้าของให้เข้าไปจัดการในที่ดินของผู้อื่นไม่ได้ และศาลอุทธรณ์แปลความใน มง๑๓๔๙ วรรค ไม่คลาดเคลื่อน จึงพิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th