ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


ได้ความว่า จำเลยสั่งจ่ายเช็ครายพิพาทให้แก่ผู้ถือ และโจทก์เป็นผู้ทรงเช็คฉบับนี้
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลล่างทั้งสอง ให้จำเลยใช้เงินตามเช็ค 2,680 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ 7 ครึ่งต่อปีนับแต่วันผิดนัดถึงวันฟ้อง 63 บาท กับดอกเบี้ยร้อยละ 7 ครึ่งจากวันฟ้องจนใช้เสร็จแก่โจทก์
ในข้อกฎหมาย จำเลยฎีกาใจความว่า เช็คตามฟ้องไม่ปรากฏรายการสลักหลัง และทั้งไม่ปรากฏว่าโจทก์รับโอนเช็คนี้มาอย่างไร จะถือว่าโจทก์เป็นผู้ทรงโดยชอบยังไม่ได้ และการที่ศาลไม่ให้จำเลยสืบตามข้อต่อสู้ที่ว่าโจทก์รับโอนเช็คมาโดยไม่สุจริตก็ไม่ชอบ จำเลยให้การต่อสู้ไว้แล้วถึงกรณีออกเช็คว่าโดยถูกนายฮั้งเท้งหลอกลวงซึ่งหากเป็นความจริงโจทก์ก็ไม่มีสิทธิจะนำเช็คมาฟ้องเรียกเงินจากจำเลยได้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 91 ที่ศาลชั้นต้นยกขึ้นวินิจฉัยก็ไม่ตรงกับรูปเรื่องในคดีนี้ เพราะเป็นบทบัญญัติบังคับเรื่องตั๋วแลกเงินซึ่งจะนำมาใช้ในเรื่องเช็คได้ก็โดยอนุโลม แต่จะอนุโลมมาใช้ในคดีนี้ไม่ได้ เพราะลักษณะต่างกัน และบทมาตราดังกล่าวมิได้ห้ามผู้สั่งจ่ายที่จะยกต่อสู้ต่อผู้ทรง
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 916 ซึ่งให้ยกมาบังคับในเรื่องเช็คด้วย เมื่อโจทก์เป็นผู้ทรง จำเลยก็หาอาจจะต่อสู้โจทก์ด้วยข้อต่อสู้ที่ว่าจำเลยออกเช็คโดยถูกนายฮั้งเท้งหลอกลวงได้ไม่ เว้นแต่การโอนจะมีขึ้นด้วยคบคิดกันฉ้อฉล ซึ่งตกเป็นหน้าที่ของจำเลยจะต้องนำสืบ หาใช่โจทก์ซึ่งเป็นผู้ทรงจะต้องสืบว่าได้รับโอนเช็คมาอย่างไรไม่ คดีนี้จำเลยคงให้การต่อสู้แต่ว่าโจทก์ได้รับโอนมาโดยไม่สุจริต แต่ไม่กล่าวว่าไม่สุจริตอย่างไร จึงไม่มีประเด็นที่จะสืบ ข้อที่จำเลยคัดค้านว่า มาตรา 916 จะอนุโลมมาใช้คดีนี้ไม่ได้นั้น ก็ไม่เห็นมีเหตุที่ว่าจะยกมาบังคับในเรื่องเช็คไม่ได้อย่างไร เพราะไม่ขัดกับสภาพแห่งตราสาร ทั้งบทมาตรานี้ที่ห้ามไม่ให้ยกขึ้นต่อสู้กับผู้ทรงนั้นก็รวมตลอดถึงห้ามผู้สั่งจ่ายด้วย
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา


