ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2507 เวลากลางคืน มีคนร้ายทำการปล้นทรัพย์นายเม้ง แซ่เต็ง ได้อาวุธปืนเดี่ยวลูกกรดยาวของนายเซ็ง แซ่เต็ง ซึ่งฝากนายเม้งไว้ไปวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2507 อาวุธปืนดังกล่าวอยู่ในความครอบครองของจำเลยกับพวก โดยจำเลยกับพวกเอาไปจำนำนายนวล แสงพุ่มพงษ์ไว้ ทั้งนี้ เมื่อระหว่างวันที่ 24 มกราคม 2507 ถึงวันที่ 2 กุมภาพันธ์2507 จำเลยกับพวกได้บังอาจร่วมกันรับเอาอาวุธปืนของนายเซ็งที่ถูกคนร้ายปล้นเอาไปไว้ โดยจำเลยรู้ว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาโดยการกระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 คืน ของกลางให้เจ้าทรัพย์
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยเป็นคนพูดและจำนำปืนของกลางไว้กับนายนวลโดยรู้ว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาโดยการกระทำผิดฐานปล้นทรัพย์พิพากษาจำคุกจำเลย 3 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า กรณีเป็นที่สงสัยไม่แน่แก่ใจว่าจำเลยเป็นผู้กระทำผิดดังฟ้อง พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องโจทก์
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่เห็นว่า การที่นายปรุงนำสืบปืนของกลางมาจำนำจำเลย จำเลยไม่มีเงินจึงพานายปรุงไปจำนำปืนกับนายพู ระหว่างทางพบนายนวลจึงจำนำปืนกับนายนวลโดยจำเลยร่วมเจรจาด้วย เช่นนี้เป็นการช่วยจำหน่ายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357
โจทก์บรรยายฟ้องตอนหนึ่งว่า จำเลยนี้กับพวกได้นำเอาอาวุธปืนดังกล่าวไปจำนำนายนวล แสงพุ่มพงษ์ เป็นการบรรยายถึงการกระทำที่อ้างถึงจำเลยกระทำช่วยจำหน่ายอยู่ในตัวแล้ว แม้ตอนต่อไปโจทก์จะบรรยายถึงการกระทำของจำเลยว่า ทั้งนี้ จำเลยกับพวกได้บังอาจร่วมกันรับเอาอาวุธปืนเป็นทำนองจำเลยรับไว้ ก็ไม่ทำให้การกระทำของจำเลยและความหมายข้างต้นที่โจทก์บรรยายฟ้องเสียไป
พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา


