ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


โจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้เช่าสวนของโจทก์โดยทำสัญญาปากเปล่าไม่มีหนังสือ จำเลยผิดสัญญา จึงขอให้ขับไล่
จำเลยปฏิเสธว่า ไม่ได้ผิดสัญญาและให้ค่าเช่าไปครึ่งปีแล้ว
ศาลชั้นต้นเห็นว่า สัญญาเช่ารายนี้ไม่สมบูรณ์ตาม ป.พ.พ.ม.๕๓๘ จำเลยไม่มีอำนาจที่จะเข้าไปทำในที่ของโจทก์ จึงพิพากษาให้จำเลยและบริวารออกจากที่สวน
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า โจทก์ฟ้องจำเลยว่าผิดสัญญาเช่าเป็นการฟ้องตามสัญญาเช่า เมื่อสัญญาเช่านั้นมิได้ทำเป็นหนังสือตาม ป.พ.พ.ม.๕๓๘ ซึ่งห้ามมิให้ฟ้องร้องคดี ศาลจะรับฟ้องไว้พิจารณามิได้ จึงพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า เรื่องนี้โจทก์มิได้ฟ้องขอให้บังคับจำเลยตามสัญญาเช่า ที่โจทก์กล่าวในฟ้องคดีถึงสัญญาปากเปล่าและข้อที่จำเลยไม่ทำตามข้อตกลงก็เป็นเพียงการแสดง ถึงเหตุที่จำเลยเข้าอยู่ในสวนของโจทก์ และแสดงถึงเหตุที่โจทก์ไม่พอใจให้จำเลยอยู่ต่อไป ฟ้องไม่ต้องห้ามตามบทกฎหมายที่ศาลอุทธรณ์อ้าง และเมื่อจำเลยก็ไม่มีข้อกล่าวอ้างถึงสิทธิใด ๆ ที่จะอยู่ในสวนของโจทก์ต่อไปได้ตามกฎหมายแล้วโจทก์ต้องชนะคดี จึงพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้ยืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

