ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานพยายามฆ่านายไล่หรือไล่ เพชรแดง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80 โดยจำเลยใช้มีดแทงด้วยเจตนาฆ่า แต่มีคนมาแยกจำเลยออกเสียก่อน และแพทย์รักษาไว้ได้ทันท่วงที นายไล่หรือไล้จึงไม่ตายเพียงเกิดอันตรายแก่กาย

จำเลยให้การว่า มีเจตนาเพียงทำร้ายนายไล่เพื่อป้องกันทรัพย์พอสมควรแก่เหตุ

ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยเข้าใจว่าผู้เสียหายเป็นคนร้ายลักทรัพย์ จึงวิ่งไล่ตามไปและใช้มีดแทงถูกผู้เสียหายโดยไม่มีเจตนาฆ่า ผู้เสียหายไม่มีอาวุธที่จะใช้ทำร้ายโต้ตอบ จึงถือว่าจำเลยยังไม่จำต้องทำการใดเพื่อป้องกันสิทธิของตน พิพากษาว่าจำเลยผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 จำคุก 1 ปี 6 เดือน

โจทก์อุทธรณ์

จำเลยอุทธรณ์ว่าเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันสิทธิของจำเลยเกินกว่ากรณีแห่งการจำต้องกระทำเพื่อป้องกันตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 69 พิพากษาแก้ว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 ประกอบด้วยมาตรา 69 จำคุก 6 เดือน

โจทก์ฎีกาปัญหาข้อกฎหมายว่า การกระทำของจำเลยไม่เป็นป้องกัน ขอให้ลงโทษตามศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยจากพยานหลักฐานในสำนวนมาว่า คืนเกิดเหตุเวลา 2 ทุ่ม จำเลยนั่งคุยอยู่กับนายเพิ่มนางถนอมบนเรือน ได้ยินเสียงคนสะดุดไม้ที่ใต้ถุนเรือนซึ่งจำเลยใช้เป็นที่เก็บยางพารา 6 แผ่น รถจักรยานสองล้อ 1 คัน จำเลยจึงให้นางถนอมส่องไฟตะเกียงจากบนเรือนเพื่อจะดูคนร้าย ก็พอดีผู้เสียหายวิ่งออกมาจากทางใต้ถุนเรือนไปทางหน้าบ้าน จำเลยจึงวิ่งไล่ตามผู้เสียหายออกไปนอกบ้าน ระหว่างที่ไล่กันไปนั้น จำเลยใช้มีดแทงผู้เสียหายที่หลังหลายทีแล้วกอดปล้ำล้มลง นายเพิ่มตามมาทันได้ห้ามและแยกจากกัน

วินิจฉัยว่า เมื่อจำเลยได้ยินเสียงคล้ายมีคนกำลังเข้าไปลักทรัพย์ของจำเลยที่ใต้ถุนเรือนซึ่งจำเลยใช้เป็นที่เก็บยางพาราและรถจักรยานของจำเลย แล้วจำเลยลงเรือนไปดู ผู้เสียหายก็วิ่งออกจากใต้ถุนเรือนของจำเลยไปในขณะนั้น ประกอบกับขณะนั้นก็เป็นเวลามืดค่ำแล้ว พฤติการณ์ดังกล่าวมีเหตุให้น่าเชื่อว่าจำเลยสำคัญผิดว่าผู้เสียหายเป็นคนร้ายที่เข้าไปลักทรัพย์ของจำเลย และกำลังวิ่งหนีออกไป จำเลยจึงชอบที่จะใช้สิทธิกระทำเพื่อป้องกันสิทธิของตนได้

ปัญหาว่า การที่จำเลยวิ่งไล่แล้วใช้มีดแทงผู้เสียหายถูกที่หลังหลายที ในพฤติการณ์เช่นนี้จะเป็นป้องกันสิทธิพอสมควรแก่เหตุหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า การที่จำเลยวิ่งไล่ตามผู้เสียหายออกไปนอกบ้านโดยจำเลยสำคัญผิดว่าผู้เสียหายเป็นคนร้ายที่เข้าไปลักทรัพย์ที่ใต้ถุนเรือนของจำเลยเป็นการกระทำเพื่อป้องกันสิทธิในทรัพย์สินของตนพอสมควรแก่เหตุ แต่การที่จำเลยใช้มีดแทงผู้เสียหายถูกที่หลัง 4 แผล ที่ข้อศอก 1 แผล เมื่อวิ่งไล่ไปทันผู้เสียหายโดยไม่ปรากฏว่าผู้เสียหายมีอาวุธหรือแสดงอาการขัดขืนต่อสู้จำเลยแต่อย่างใด เช่นนี้ การกระทำของจำเลยย่อมเป็นการกระทำเกินกว่ากรณีแห่งการจำต้องกระทำเพื่อป้องกันตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 69 ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมาชอบแล้ว

พิพากษายืน ให้ยกฎีกาโจทก์

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th