ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


โจทก์ฟ้องจำเลยขอให้ศาลบังคับจำเลยชำระเงินที่จำเลยกู้ไปจากโจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ย
จำเลยให้การว่าไม่เคยกู้ยืมเงินโจทก์
ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีฟังไม่ได้ว่าพยานในสัญญากู้ได้รับรองลายพิมพ์นิ้วมือของจำเลย เมื่อสัญญากู้ไม่มีการลงลายมือชื่อผู้กู้โจทก์ฟ้องบังคับคดีไม่ได้ พิพากษายกฟ้องโจทก์
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเชื่อว่าจำเลยได้กู้เงินของโจทก์ไปจริง จำเลยจึงได้ทำสัญญากู้ให้โจทก์ยึดถือดังปรากฏตามสำเนาสัญญากู้ยืมที่โจทก์อ้าง
คดีมีประเด็นที่จะต้องพิจารณาว่า ลายพิมพ์นิ้วมือของจำเลยในสัญญากู้ยืมที่โจทก์นำมาฟ้องมีพยานรับรองลายพิมพ์นิ้วมือของจำเลยในสัญญากู้ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่
ศาลฎีกากล่าวว่า คดีได้ความจากนายบรรจงพยานโจทก์ว่าเมื่อนายบรรจงอ่านสัญญาที่โจทก์และจำเลยนำมาให้อ่านแล้ว เห็นว่าตรงลายพิมพ์นิ้วมือผู้กู้ยังไม่ได้เขียนระบุว่าเป็นลายพิมพ์นิ้วมือจำเลย นายบรรจงจึงให้นายสมบุญเขียนข้อความดังกล่าวกำกับไว้ที่ลายพิมพ์นิ้วมือจำเลยต่อหน้าจำเลย พฤติการณ์ดังนี้ถือได้ว่าจำเลยได้รับรองแล้วว่าลายพิมพ์นิ้วมือผู้กู้ในสัญญานั้นคือลายพิมพ์นิ้วมือจำเลย อีกประการหนึ่งนายสมบุญเบิกความรับรองว่า เมื่อนายนองและนายบรรจงอ่านสัญญาแล้ว ได้สอบถามโจทก์จำเลยว่าได้อ่านสัญญากันดีแล้วหรือ โจทก์จำเลยต่างรับรองว่าเข้าใจเรียบร้อยแล้วนายนองและนายบรรจงจึงลงชื่อเป็นพยาน พฤติการณ์เช่นนี้พอถือได้เช่นเดียวกันว่าจำเลยได้รับรองต่อนายนองและนายบรรจงแล้วว่า ลายพิมพ์นิ้วมือในหนังสือสัญญากู้เป็นลายพิมพ์นิ้วมือของจำเลย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ศาลชั้นต้นยกขึ้นอ้าง (ฎีกาที่ 678/2477,555/2479) รูปเรื่องไม่ตรงกับเรื่องนี้
พิพากษากลับ เป็นให้จำเลยชำระเงินตามฟ้อง
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

