ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 มาตรา 4, 5, 26, 78

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 มาตรา 26 (3) (ที่ถูก ต้องระบุมาตรา 78 ด้วย) จำคุก 1 เดือน และปรับ 20,000 บาท จำเลยไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน เพื่อให้โอกาสกลับตนเป็นพลเมืองดี อาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 จึงให้รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด 1 ปี ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 5 แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นฟังว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง เจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยและแจ้งข้อกล่าวหาว่ายุยงส่งเสริมเด็กให้ประพฤติตนไม่สมควรตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 มาตรา 26 (3) ชั้นจับกุมและสอบสวน จำเลยให้การรับสารภาพ

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่โจทก์ฎีกาหลายประการว่า จำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่าการกระทำที่จะเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 มาตรา 26 (3) จะต้องได้ความว่าเด็กที่ถูกบังคับ ขู่เข็ญ ชักจูง ส่งเสริม หรือยินยอมนั้นประพฤติตนไม่สมควร แต่กฎหมายดังกล่าวไม่ได้นิยามคำว่า เด็กประพฤติตนไม่สมควรมีลักษณะอย่างไร ศาลฎีกาเห็นว่าเด็กประพฤติตนไม่สมควรหมายถึง เด็กประพฤติตนไม่สมควรแก่วัยของเด็กในขณะนั้น ๆ ว่าเป็นการสมควรหรือไม่ การที่จำเลยยินยอมให้นายอภิรักษ์ อายุ 17 ปีเศษ เล่นเกมคอมพิวเตอร์ออนไลน์ในร้านของจำเลยโดยได้รับค่าบริการ ย่อมเห็นได้ว่าการเล่นเกมคอมพิวเตอร์ออนไลน์ของนายอภิรักษ์ ในขณะที่มีอายุ 17 ปีเศษ มิใช่เป็นการประพฤติตนไม่สมควรแก่วัยแต่อย่างใด การตีความกฎหมายที่มีโทษทางอาญาจะต้องตีความโดยเคร่งครัด ไม่อาจตีความขยายให้เป็นผลร้ายแก่จำเลย ทั้งจะเป็นการขัดกับสิทธิเสรีภาพของเด็กจนเกินไป มิฉะนั้นแล้ว หากผู้ใดให้เด็กเล่นเกมคอมพิวเตอร์ออนไลน์ไม่ว่าอยู่ที่ใดก็จะเป็นความผิดได้ หากการกระทำของจำเลยเป็นความผิดเงื่อนไขใบอนุญาตให้ฉายหรือให้บริการซึ่งเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ ก็ต้องไปว่ากล่าวตามกฎหมายที่ให้อำนาจไว้ ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดยกขึ้นอ้าง ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 225 เช่นนี้ ฎีกาของโจทก์จึงหาจำต้องวินิจฉัยไม่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ยช.(อ)173/2553

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th