ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยขับรถยนต์บรรทุกหกล้อหมายเลขทะเบียน 80 - 7766 สงขลา ไปตามถนนเพชรเกษม ด้วยความเร็วสูงเกินสมควรจนไม่สามารถหยุดรถหรือชะลอความเร็วของรถให้ช้าลงได้ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นทางโค้ง นายพงษ์เทพ ทองศรีนวล ขับรถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน สงขลา 6 ก - 1361 มีนายพินิจ แซ่จอง นั่งซ้อนท้ายแล่นสวนทางมา จำเลยยังคงขับรถยนต์คันดังกล่าวด้วยความเร็วสูงเกินสมควร แล้วเร่งความเร็วเข้าสู่ทางโค้งดังกล่าวทันที ทำให้รถยนต์คันที่จำเลยขับเสียหลักแล่นแฉลบไปทางด้านขวามือและล้ำเข้าไปในช่องเดินรถของนายพงษ์เทพ เป็นเหตุให้รถทั้งสองคันเฉี่ยวชนกันอย่างแรงได้รับความเสียหาย ทั้งนายพงษ์เทพและนายพินิจถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90, 291 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43, 157,160

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ. 2522 มาตรา 43(4), 157 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 6 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 ปี

จำเลยอุทธรณ์ขอให้รอการลงโทษ

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปรากฏตามรายงานการสืบเสาะและพินิจของพนักงานคุมประพฤติว่า ก่อนคดีนี้จำเลยเคยขับรถยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายมาแล้ว 2 ครั้ง นอกจากนั้นจำเลยเคยถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมในข้อหาจอดรถกีดขวางทางจราจรมาแล้วประมาณ 10 ครั้ง สำหรับคดีนี้ จำเลยขับรถยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายถึง 2 คน คือ นายพงษ์เทพทองศรีนวล อายุ 16 ปี กำลังศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ 1 แผนกช่างอิเล็กทรอนิกส์ วิทยาลัยการอาชีพนาทวี กับนายพินิจ แซ่จอง อายุ 17 ปีกำลังศึกษาในระดับมัธยมต้น ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนกลุ่มบ้านคลองแงะอำเภอสะเดา ซึ่งมีอาชีพช่วยมารดากรีดยาง เห็นว่า แม้จำเลยมีฐานะยากจน ต้องอุปการะเลี้ยงดูภริยากับบุตรผู้เยาว์ในวัยเรียน 2 คน กับบิดาซึ่งชราภาพ แต่เมื่อพิเคราะห์ประวัติความผิดประกอบพฤติการณ์แห่งความผิดแล้ว ยังไม่สมควรลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ใช้ดุลพินิจวางโทษจำคุกมานั้นเหมาะสมแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th