ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2537 โจทก์ว่าจ้างจำเลยที่ 1 ให้ขนของจากกรุงเทพมหานคร ไปยังจังหวัดนครสวรรค์ จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์บรรทุกสิบล้อ หมายเลขทะเบียน 80-8209 นครสวรรค์ ขนของไปตามถนนสายเอเซียด้วยความประมาท เมื่อถึงอำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท เฉี่ยวชนกับรถยนต์หมายเลขทะเบียน 80-6168กำแพงเพชร พ่วงรถหมายเลขทะเบียน 80-7112 กำแพงเพชร ขับโดยลูกจ้างซึ่งกระทำการในทางการที่จ้างหรือคำสั่งที่ได้รับมอบหมายจากจำเลยที่ 2 และด้วยความประมาทของผู้ขับรถพ่วงด้วยเช่นกัน ทำให้ทรัพย์สินที่โจทก์ว่าจ้างจำเลยที่ 1 ขนส่งเสียหาย เป็นเงิน 761,554 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่โจทก์ได้รับความเสียหายถึงวันฟ้องเป็นเงิน 57,116 บาท รวมเป็นค่าเสียหายทั้งสิ้น 818,670 บาท โจทก์ทวงถาม แต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน 818,670 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้คดี ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 2 ในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัดประเสริฐชัยสลกบาตร ชำระเงิน 696,216.50 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 21 มกราคม 2537 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยที่ 2 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นฟังเป็นยุติว่า เมื่อวันที่ 20 มกราคม2537 โจทก์ว่าจ้างจำเลยที่ 1 ให้ขนของจากกรุงเทพมหานครไปส่งที่จังหวัดนครสวรรค์ ขณะที่จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน 80-8209 นครสวรรค์ บรรทุกสิ่งของที่รับขนไปตามถนนสายเอเซีย ถึงอำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาทรถยนต์บรรทุกคันดังกล่าวได้เฉี่ยวชนกับรถยนต์บรรทุกน้ำมันหมายเลขทะเบียน80-6168 กำแพงเพชร พ่วงรถหมายเลขทะเบียน 80-7112 กำแพงเพชรเป็นเหตุให้สิ่งของที่รับขนได้รับความเสียหาย

คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ว่า ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาให้จำเลยที่ 2 ในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัดประเสริฐชัยสลกบาตรรับผิดต่อโจทก์ เป็นการพิพากษานอกฟ้องหรือเกินไปกว่าที่ปรากฏในคำฟ้องหรือไม่นั้น เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดในฐานะที่จำเลยที่ 2 เป็นนายจ้างของผู้ขับรถยนต์บรรทุกน้ำมันหมายเลขทะเบียน80-6168 กำแพงเพชร พ่วงรถหมายเลขทะเบียน 80-7112 กำแพงเพชร ซึ่งกระทำไปในทางการที่จ้างหรือตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมายจากจำเลยที่ 2 และในฐานะเป็นเจ้าของผู้ครอบครองและผู้ใช้ประโยชน์ในรถยนต์บรรทุกน้ำมันคันดังกล่าว ตามคำฟ้องของโจทก์ไม่มีข้อความตอนใดระบุว่าจำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัดประเสริฐชัยสลกบาตร ซึ่งต้องรับผิดร่วมกันในบรรดาหนี้ของห้างหุ้นส่วนจำกัดแต่อย่างใด ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ยกปัญหาดังกล่าวขึ้นวินิจฉัยและพิพากษาแก้ให้จำเลยที่ 2 รับผิดในส่วนนี้จึงเป็นการพิพากษานอกฟ้องหรือเกินไปกว่าที่ปรากฏในคำฟ้องไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 วรรคหนึ่ง ประกอบด้วยมาตรา 246

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th