ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


ช.บิดาโจทก์ได้รับมฤดกที่ดินบ้านเรือนรายพิพาทก่อนมาได้จำเลยเป็นภรรยา จำเลยเลิกล้างกับ ช.ไปได้ ย.เป็นสามีใหม่ ๑๑-๑๒ ปีแล้ว ก่อน ช.ตาย ๒๕ วัน ช.ได้ให้คนไปรับจำเลยมารักษาพยาบาลแล้วทำพินัยกรรม์ยกทรัพย์รายนี้ให้จำเลยคือในปี ๒๔๗๗ พินัยกรรม์ ห.เป็นผู้เขียนมีขีดฆ่าโดยผู้ทำพินัยกรรม์ไม่ได้ลงชื่อกำกับและไม่มีพะยานลงลายมือรับรองผู้ทำพินัยกรรม์และไม่มีข้อความระบุว่าลงลายมือต่อหน้าพะยานแลจดวันเดือนปีไว้ ช.ตายใน พ.ศ.๒๔๗๗ นั้นเอง โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลย
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าพินัยกรรม์ใช้ไม่ได้ แต่ฟังว่าจำเลยกับ ช.คืนดีกันแล้ว จึงพิพากษาแบ่งมฤดกให้คนละครึ่ง
โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าจะฟังว่าจำเลยกับผู้ตายเป็นสามีภรรยากันตามกฎหมายไม่ได้ ให้ขับไล่จำเลย
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าพินัยกรรม์ไม่ถูกแบบตาม พรบ ว่าด้วยการทำพินัยกรรม์ พ.ศ.๒๔๗๕ และฟังว่าพะยานจำเลยว่าจำเลยเป็นเมีย ย.อยู่ยังไม่ปรากฎว่าขาดกับ ย.ด้วยวิธีใด ฉะนั้นจะฟังว่าจำเลยเป็นเมีย ช.ไม่ได้ จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

