ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบังอาจเอาความที่รู้อยู่ว่าเป็นความเท็จไปแจ้งต่อเจ้าพนักงานว่ามีทหารประมาณ ๒๐ คนกระทำการฉุดคร่าภรรยาและบุตรีของจำเลยไป ขอให้เจ้าพนักงานช่วยหรือติดตาม ความจริงหาได้มีใครฉุดคร่าภริยาและบุตรีของจำเลยไปไม่.

จำเลยให้การรับสารภาพแถลงถึงเหตุที่แจ้งความเท็จว่าภรรยาและบุตรีของจำเลยหนีไปทางโรงทหาร เห็นทหารล้อมอยู่หลายคน ให้บุตรชายไปเรียกก็ไม่ยอมกลับ ที่จำเลยแจ้งความเท็จก็โดยประสงค์ว่าตำรวจคงจะช่วยเหลือให้ภรรยาและบุตรีของจำเลยกลับมาได้.

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๑๑๘,๑๕๘,๑๕๙ และแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.๒๔๗๗ (ฉะบับที่ ๓) มาตรา ๓.

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่ามูลกรณีไม่สู้ร้ายแรงนัก จึงพิพากษาแก้ให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา ๑๑๘.

โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าข้อเท็จจริงเท่าที่ปรากฎในสำนวน การกระทำของจำเลยเป็นผิดมาตรา ๑๑๘ และมาตรา ๑๕๙ จึงพิพากษาแก้ว่าจำเลยมีผิดตามมาตรา ๑๕๙ ด้วย ให้วางโทษตามมาตรา ๑๕๙ ซึ่งเป็นบทหนัก.

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th