ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยเป็นสามีภริยากันมีบุตร 1 คนได้อยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยาที่บ้านเลขที่ 611 ระหว่างอยู่กินด้วยกันดังกล่าวโจทก์กับจำเลยทะเลาะวิวาทกันเป็นประจำด้วยเรื่องหนี้สินที่จำเลยก่อขึ้น ในเดือนตุลาคม 2514 โจทก์และจำเลยจึงต่างสมัครใจแยกกันอยู่เพราะเหตุที่ไม่อาจอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยาได้โดยปกติสุข โดยจำเลยขนย้ายสินส่วนตัวและสินสมรสออกไปจากบ้านและไม่กลับมาอีกเลยจนถึงปัจจุบันอันเป็นเวลานานถึง 22 ปีแล้ว โจทก์ขอให้จำเลยไปจดทะเบียนหย่าแต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้พิพากษาให้โจทก์จำเลยหย่าขาดจากการเป็นสามีภริยากัน

จำเลยให้การว่า จำเลยเป็นครู มีรายได้เพียงพอเลี้ยงชีพไม่เคยก่อหนี้สินและมิได้สมัครใจแยกกันอยู่กับโจทก์ ในปี 2514 โจทก์ย้ายไปรับราชการที่จังหวัดนครพนม จำเลยรับราชการอยู่ในกรุงเทพมหานคร จึงไม่สามารถติดตามไปได้ แต่ก็ไปมาหาสู่กันเป็นครั้งคราว ในปี 2519 จำเลยย้ายไปรับราชการที่โรงเรียนภ.ป.ร. ราชวิทยาลัย จังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำต้องพักอาศัยที่โรงเรียน โจทก์ทราบดีและไม่คัดค้าน โจทก์นำเงินไปใช้จ่ายอุปการะเลี้ยงดูหญิงอื่นฉันภริยา ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้น พิพากษายก ฟ้อง

โจทก์ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ ภาค 3 พิพากษายืน

โจทก์ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อโจทก์และจำเลยจดทะเบียนสมรสกันแล้ว ได้อยู่กินด้วยกันที่บ้านเลขที่ 611 ซอยแสงจันทร์ เขตสาธรกรุงเทพมหานคร แสดงว่าบ้านเลขที่ 611 ดังกล่าวเป็นบ้านที่โจทก์และจำเลยใช้เป็นที่อยู่อาศัยกินอยู่หลับนอนฉันสามีภริยา ซึ่งต่อมาก็มีบุตรด้วยกัน 1 คน แม้ในระหว่างอยู่กินด้วยกันโจทก์ต้องเดินทางไปรับราชการในต่างจังหวัดและบางครั้งโจทก์และจำเลยได้ทะเลาะกันก็ตามโจทก์ก็ต้องกลับมากินอยู่หลับนอนฉันสามีภริยากับจำเลยเช่นปกติที่สามีภริยาพึงต้องปฏิบัติต่อกัน แต่โจทก์กลับไปมีภริยาใหม่และไปอยู่กินภริยาใหม่จนเกิดบุตรกับภริยาใหม่ 1 คน เช่นนี้ ถือว่าโจทก์สมัครใจแยกกันอยู่กับจำเลยแต่ฝ่ายเดียว จำเลยหาได้สมัครใจแยกกันอยู่กับโจทก์แต่อย่างใดไม่ ที่โจทก์อ้างว่าโจทก์ได้ส่งเงินให้บุตรและจำเลยไม่ได้ไปมาหาสู่ร่วมอยู่กินหลับนอนกับโจทก์ฉันสามีภริยาจึงถือว่าจำเลยเป็นฝ่ายสมัครใจแยกกันอยู่กับโจทก์นั้นเป็นข้ออ้างที่มิใช่พฤติการณ์ที่แสดงว่าจำเลยสมัครใจแยกกันอยู่กับโจทก์ข้ออ้างตามฎีกาของโจทก์จึงไม่ถือว่าเป็นกรณีที่สามีและภริยาสมัครใจแยกกันอยู่เพราะเหตุที่ไม่อาจอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยาได้โดยปกติสุขตลอดมาเกิน 3 ปี อันเป็นเหตุหย่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516(4/2)

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th