ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
10,000+
ทนายความตัวจริง
500+


คดีนี้โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยเก็บทองรูปพรรณโบราณอันเป็นทรัพย์สินหาย ซึ่งไม่ปรากฏเจ้าของหรือทรัพย์แผ่นดินได้แล้วเอามาตัดแบ่งกัน และสมคบกันยักยอกเอาทรัพย์รายนี้ไว้ เป็นอาณาประโยชน์ส่วนตัวเสีย ไม่ส่งมอบทรัพย์สินดังกล่าวนี้และแจ้งต่อตำรวจหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 318 และให้ริบของกลางหรือโฆษณาหาเจ้าของที่แท้จริงด้วย
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันให้ยกฟ้องโจทก์ และไม่ริบของกลาง
โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ตามที่โจทก์กล่าวอ้างในฟ้องว่าทรัพย์รายนี้เป็นทรัพย์ไม่ปรากฏมีเจ้าของนั้นโจทก์นำสืบไม่ได้ว่าเป็นทรัพย์สินของใคร หายมาอย่างใดตั้งแต่เมื่อใด จึงเป็นการนำสืบไม่สมฟ้อง และที่โจทก์กล่าวหาว่าเป็นทรัพย์แผ่นดิน ก็ปรากฏว่าทรัพย์รายนี้เป็นสร้อยคอ แหวนและก้านแหวนหัก แสดงว่าเป็นของใช้ส่วนตัวบุคคล ตกจมอยู่ในลำธารไม่ปรากฏตัวเจ้าของโจทก์มิได้นำสืบให้เห็นว่าเป็นของอันมีลักษณะที่แผ่นดินต้องการสงวนเป็นทรัพย์แผ่นดิน เช่นเป็นของโบราณหรือมีค่ามาก ซึ่งผู้เก็บได้มิควรยึดถือไว้เป็นกรรมสิทธิ์ของตนจึงยังไม่พอถือว่าเป็นทรัพย์แผ่นดิน ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1323(1) และไม่มีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 318 คงพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา









