ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

คดีนี้เดิมศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์และศาลอาญาที่พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานยักยอกตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 131 ซึ่งแก้ไขโดย พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม กฎหมายลักษณะอาญา พ.ศ. 2484 มาตรา 3 กระทงหนึ่ง และมีความผิดฐานเจ้าพนักงานจดบัญชีเท็จตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 230 อีกกระทงหนึ่ง จึงให้รวมกระทงลงโทษจำคุก 15 ปี จำเลยรับลดกึ่งตาม มาตรา 59 คงจำคุก 7 ปี 6 เดือน กับให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ 186,527 บาทให้แก่การรถไฟแห่งประเทศไทยกับให้ริบบัญชีที่จำเลยจดเท็จนั้นด้วย

ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องลงวันที่ 19 เม.ย. 2500 ขอให้ศาลอาญากำหนดโทษจำเลยเสียใหม่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3(1)โดยอ้างว่าโทษที่กำหนดตามคำพิพากษานั้นหนักกว่าโทษที่กำหนดตามประมวลกฎหมายอาญา

ศาลอาญาเห็นว่า กรณีไม่เข้าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3(1)ที่ศาลจะต้องกำหนดโทษเสียใหม่ จึงให้ยกคำร้องของจำเลย

จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำสั่งศาลชั้นต้นและกำหนดโทษใหม่ตามประมวลกฎหมายอาญา ม. 3(1) มีกำหนดโทษจำคุก 8 ปี จำเลยรับลดกึ่งเหลือ 4 ปี

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้ศาลลงโทษจำเลยตาม กฎหมายลักษณะอาญามาตรา 131, 230 รวมกำหนดโทษตามคำพิพากษา 15 ปีนั้น เป็นการรวมกระทงลงโทษ มิใช่เป็นการลงโทษในบทที่หนัก ฉะนั้นโทษที่กำหนดตามคำพิพากษาในกรณีนี้ จึงไม่หนักกว่าโทษที่กำหนดตามกฎหมายที่บัญญัติในภายหลัง ฯลฯ ตามความหมายของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3(1)

พิพากษากลับศาลอุทธรณ์ โดยยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้น

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th