ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

คดีนี้ศาลอาญาพิพากษาว่าจำเลยเสพย์สุราอาละวาดและทำร้ายร่างกายเป็นความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 254, 335(13) ให้รวมกระทงลงโทษจำคุก 6 เดือน เพิ่มโทษตามมาตรา 72 อีก 1 ใน 3 จำคุก 8 เดือนกับให้ลงโทษกักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ. 2479 มาตรา 4, 8, 9อีก 3 ปี คดีถึงที่สุด

ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องขอให้ยกเลิกโทษกักกันโดยมีประมวลกฎหมายอาญาขึ้นใหม่ ศาลอาญามีคำสั่งว่าโทษกักกันได้เปลี่ยนมาเป็นวิธีการเพื่อความปลอดภัยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 15 แล้วตามรูปคดีจำเลยยังไม่อาจได้รับผลตามมาตรา 24 15 ให้ยกคำร้อง

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยต้องโทษฐานลักทรัพย์จำคุก6 เดือน พ้นโทษแล้วต้องโทษฐานฐานทำร้ายร่างกาย ต่อสู้เจ้าพนักงาน เมาสุราจำคุก 1 ปี นอกนี้ไม่เข้าเกณฑ์ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 41 แต่โทษฐานทำร้ายร่างกาย ต่อสู้เจ้าพนักงาน เมาสุรานั้นจำเลยถูกศาลพิพากษาเรียงกระทง เฉพาะความผิดฐานทำร้ายร่างกายศาลจำคุก 4 เดือน โทษครั้งนี้จึงนำมากักกันจำเลยไม่ได้คงเหลือฐานลักทรัพย์ครั้งเดียว จึงพิพากษากลับคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ยกเลิกการกักกันคดีนี้เสีย

โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าคดีนี้มีแต่โทษลักทรัพย์ครั้งเดียวที่เป็นโทษในฐานที่ระบุไว้ในมาตรา 41 และมีกำหนดโทษจำคุกถึง 4 เดือน ศาลจึงมีอำนาจตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 14 ที่จะสั่งตามที่เห็นสมควร ที่ศาลอุทธรณ์สั่งยกเลิกการกักกันให้จำเลยเสียชอบแล้ว

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th