ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้เงินกู้จำนวน 6,560,734.95 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 29 ต่อปี ของต้นเงิน 5,421,954.61 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้นำดอกเบี้ยที่ค้างชำระไม่น้อยกว่า 1 ปี ทบกับต้นเงินและคิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 29 ต่อปี นับแต่วันค้างชำระดอกเบี้ยไม่น้อยกว่า 1 ปี จนกว่าจะชำระเสร็จ หากจำเลยไม่ชำระหนี้ดังกล่าวให้ยึดทรัพย์สินที่จำนองออกขายทอดตลาด หากได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยออกขายทอดตลาดชำระหนี้ให้แก่โจทก์จนครบถ้วน

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง และฟ้องแย้งขอให้โจทก์ส่งมอบโฉนดที่ดินเลขที่ 47003 กรุงเทพมหานคร โดยจดทะเบียนคืนทรัพย์สินให้แก่จำเลย หากโจทก์ไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้ง ขอให้ยกฟ้องแย้ง

จำเลยขาดนัดพิจารณา

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องแย้งของจำเลย ยกฟ้องโจทก์โดยไม่ตัดสิทธิโจทก์จะนำคดีมายื่นฟ้องใหม่ภายในกำหนดอายุความ ค่าฤชาธรรมเนียม ค่าทนายความให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยไม่แก้อุทธรณ์ จึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ให้

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยค้างชำระต้นเงินและดอกเบี้ยโจทก์คิดถึงวันฟ้องเป็นเงิน 6,560,734.95 บาท แม้ว่าสัญญากู้ยืมเงินจะมีนายอกนิษฐ์ลงลายมือชื่อผู้กู้แต่ฝ่ายเดียว ก็มีผลบังคับใช้ได้ตามกฎหมาย เมื่อในสัญญากู้ยืมดังกล่าวตกลงกันให้เอาดอกเบี้ยที่ค้างชำระไม่น้อยกว่า 1 ปี ทบเข้ากับต้นเงินแล้วให้คิดดอกเบี้ยในจำนวนเงินที่ทบเข้านั้น ข้อตกลงดังกล่าวจึงมีผลใช้บังคับได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 655 วรรคหนึ่ง และไม่อยู่ในบังคับข้อห้ามมิให้คิดดอกเบี้ยซ้อนดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดตาม ป.พ.พ. มาตรา 224 วรรคสอง โจทก์จึงมีสิทธินำดอกเบี้ยที่ค้างชำระไม่น้อยกว่า 1 ปี ทบเข้ากับต้นเงินแล้วคิดดอกเบี้ยในจำนวนเงินที่ทบเข้ากันนั้นได้ทุกครั้งที่มีการค้างชำระดอกเบี้ยถึง 1 ปี แม้จะครบกำหนดชำระคืนและลูกหนี้ผิดนัดแล้วก็ตาม แต่โจทก์จะขอให้นำดอกเบี้ยหลังจากวันฟ้องมาคำนวณเป็นดอกเบี้ยค้างชำระอีกย่อมไม่ได้ เพราะคำฟ้องโจทก์คำนวณดอกเบี้ยที่ค้างชำระถึงวันฟ้องเท่านั้น?

พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 6,560,734.95 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 21 ต่อปี จากต้นเงิน 5,421,954.61 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากจำเลยไม่ชำระให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 47003 กรุงเทพมหานคร ทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดชำระหนี้ หากได้เงินสุทธิไม่พอชำระหนี้ ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยออกขายทอดตลาดชำระหนี้โจทก์จนครบถ้วน กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความรวม 15,000 บาท.

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th