ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่าที่ดินตามส.ค.1 เลขที่ 177 ตำบลบางเตยอำเภอเมืองพังงา จังหวัดพังงา โจทก์เป็นผู้ถือสิทธิครอบครองห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องและให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 3,000 บาท นับแต่เดือนที่ฟ้องจนกว่าจะส่งมอบที่ดินให้แก่โจทก์และให้เพิกถอนโฉนดที่ดินเลขที่ 5294 ตำบลบางเตยอำเภอเมืองพังงา จังหวัดพังงา

จำเลยให้การว่า นายประดิษฐมอบการครอบครองที่ดินพิพาทให้จำเลย จำเลยยื่นคำขอออกโฉนดที่ดินพิพาทเมื่อปี 2529 โจทก์ยื่นคำคัดค้านเจ้าพนักงานที่ดินมีคำสั่งออกโฉนดที่ดินพิพาทให้จำเลยพินัยกรรมตามฟ้องจะมีอยู่จริงหรือไม่และสมบูรณ์ถูกต้องเพียงใดจำเลยไม่ทราบไม่รับรอง ขอให้พิพากษายกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับว่า ที่ดินตาม ส.ค.1 เลขที่ 177ตำบลบางเตย อำเภอเมืองพังงา จังหวัดพังงา โจทก์เป็นผู้ถือสิทธิครอบครองให้เพิกถอนโฉนดที่ดินเลขที่ 5294 ตำบลบางเตย อำเภอเมืองพังงา จังหวัดพังงา ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องในที่ดินดังกล่าวอีกต่อไป

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีประเด็นที่จะวินิจฉัยตามฎีกาข้อแรกของจำเลยว่า นางหีดได้ทำพินัยกรรมยกที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์หรือไม่ ในประเด็นข้อนี้จำเลยให้การต่อสู้ว่า พินัยกรรมที่โจทก์นำมาฟ้องนั้นจะเป็นเอกสารที่มีอยู่จริงหรือไม่สมบูรณ์ถูกต้องแท้จริงและมีผลบังคับได้หรือไม่จำเลยไม่ทราบ จึงไม่ขอรับรองศาลฎีกาเห็นว่าคำให้การของจำเลยดังกล่าวถือไม่ได้ว่าจำเลยให้การปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์โดยชัดแจ้งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177วรรคสอง ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ตามฟ้องว่านางหีดได้ทำพินัยกรรมยกบ้านและที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ อุทธรณ์ของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

ปัญหาข้อต่อไปที่จะวินิจฉัยมีว่า นายประดิษฐและจำเลยยึดถือครอบครองที่ดินพิพาทไว้แทนโจทก์หรือไม่ ในประเด็นข้อนี้โจทก์มีนายไสว โปร่งจิตต์ นายถวิล โปร่งจิตต์ และนางสวัสดิ์มารดาโจทก์เป็นพยานเบิกความทำนองเดียวกันว่านางหีด โปร่งจิตต์ กับสามีมีบุตรด้วยกัน 5 คน คือ นายไสว นางไพ นางผาด นายถวิล และนางสวัสดิ์มารดาโจทก์ เดิมที่ดินพิพาทเป็นของนายแช่ม นายแช่มยกให้นายช่วย ต่อมานายช่วยยกให้นางหีด นางหีดปลูกบ้านอยู่ในที่ดินพิพาทกับบุตรทั้งห้า เมื่อนายไสว นางไพ นายถวิล และนางสวัสดิ์มีครอบครัวก็แยกไปอยู่ที่อื่น โดยนางสวัสดิ์ไปอยู่บ้านเลขที่ 23/3ห่างจากบ้านพิพาทประมาณ 2 เส้น คงเหลือแต่นางผาดกับนายประดิษฐสามีของนางผาดอยู่ร่วมกับนางหีด นางหีดไปแจ้งการครอบครองที่ดินพิพาทเมื่อปี 2498 เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2513 นางหีดไปทำพพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองที่อำเภอเมืองพังงายกบ้านและที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ นางหีดถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2514หลังจากนั้นประมาณ 1 ปี นางสวัสดิ์ไปขอรับพินัยกรรม ปรากฏว่ามีผู้อ้างชื่อนางสวัสดิ์มารับพินัยกรรมไปแล้ว นางผาดถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2525 นางสวัสดิ์ได้บอกนายประดิษฐให้ออกไปจากที่ดินพิพาท แต่นายไสวขอร้องให้นายประดิษฐอยู่ในที่ดินพิพาทต่อไป เนื่องจากนายประดิษฐอายุมากแล้วและไม่มีญาติพี่น้อง จำเลยเข้ามาอยู่ในบ้านและที่ดินพิพาทหลังจากที่นางผาดตายแล้ว เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2529 จำเลยไปยื่นคำร้องขอออกโฉนดที่ดินพิพาท โจทก์ไปยื่นคำคัดค้านเจ้าพนักงานที่ดินออกโฉนดให้จำเลยเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2531 จำเลยมีตัวจำเลยและนายประดิษฐเเป็นพยานเบิกความทำนองเดียวกันว่านายประดิษฐกับนางผาดเข้าจับจองที่ดินพิพาทและปลูกบ้านอยู่ในที่ดินพิพาทมาได้ประมาณ 35 ปีโดยให้นางหีดแม่ยายไปแจ้งการครอบครองที่ดินพิพาทแทน นางหีดถึงแก่ความตายเมื่อปี 2514 นายประดิษฐกับนางผาดครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทตลอดมาโดยไม่มีผู้ใดโต้แย้ง เมื่อนางผาดถึงแก่ความตายในปี 2525 นายประดิษฐจึงยกบ้านและที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยซึ่งเป็นบุตรบุญธรรม จำเลยได้ครอบครองบ้านและที่ดินพิพาทต่อมาโดยไม่มีผู้ใดคัดค้าน นางสวัสดิ์ไม่เคยมาบอกให้นายประดิษฐออกไปจากบ้านและที่ดินพิพาทเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2529 จำเลยไปยื่นคำขอออกโฉนดที่ดินพิพาท นายหงษ์น้องโจทก์ นางสวัสดิ์และตัวโจทก์ไปคัดค้าน แต่ทางราชการได้ออกโฉนดที่ดินพิพาทให้จำเลยศาลฎีกาเห็นว่าข้อเท็จจริงตามทางนำสืบของโจทก์ได้ความว่านางหีดผู้ทำพินัยกรรมถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2514หลังจากนั้นประมาณ 1 ปี นางสวัสดิ์ไปขอรับพินัยกรรมจากอำเภอปรากฏว่ามีผู้แอบอ้างชื่อนางสวัสดิ์รับพินัยกรรมไปก่อนแล้วแต่นางสวัสดิ์ก็มิได้ไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนหรือดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด เพื่อติดตามหาพินัยกรรมที่หายไปนางสวัสดิ์และโจทก์ คงปล่อยให้นายประดิษฐและนางผาดอยู่ในบ้านและที่ดินพิพาทตลอดมาโดยมิได้ทักท้วงจนนางผาดถึงแก่ความตายเมื่อปี 2525หลังจากนั้นโจทก์ก็ปล่อยให้นายประดิษฐอยู่ในบ้านและที่ดินพิพาทต่อมาจนกระทั่งเกิดเหตุพิพาทในคดีนี้ พฤติการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าโจทก์สละการครอบครองบ้านและที่ดินพิพาทแล้ว ข้อที่โจทก์นำสืบว่าหลังจากนางผาดตาย นางสวัสดิ์ได้ไปบอกให้นายประดิษฐออกไปจากบ้านและที่ดินพิพาท แต่นายไสวพี่ชายคนโตมาขอร้องให้นายประดิษฐอยู่ในบ้านและที่ดินพิพาทต่อไป เนื่องจากนายประดิษฐอายุมากแล้วและไม่มีญาติพี่น้องนั้น โจทก์คงมีแต่พยานบุคคลเบิกความลอย ๆ โดยไม่มีพยานหลักฐานอื่นสนับสนุน พยานหลักฐานของโจทก์จึงมีน้ำหนักน้อยด้วยเหตุผลต่าง ๆ ดังกล่าวประกอบกัน ศาลฎีกาจึงเชื่อว่า นายประดิษฐครอบครองที่ดินพิพาทโดยเจตนายึดถือเพื่อตนหาใช่ยึดถือไว้แทนโจทก์ไม่ เมื่อนายประดิษฐโอนการครอบครองที่ดินพิพาทให้จำเลย จำเลยย่อมได้ไปซึ่งการครอบครองจำเลยไม่เคยมีนิติสัมพันธ์กับนางหีดหรือโจทก์ การที่จำเลยครอบครองที่ดินพิพาท จึงถือได้ว่าจำเลยยึดถือที่ดินพิพาทไว้เพื่อตน ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษามานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น"

พิพากษากลับ.

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th