ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
10,000+
ทนายความตัวจริง
500+


โจทก์ฟ้องว่า เมื่อ พ.ศ. 2510 นายด่อนบิดาโจทก์ยืมเงิน 2,000 บาทและข้าวเปลือกราคา 2,000 บาท จากจำเลย แล้วมอบนาพิพาทให้จำเลยทำกินต่างดอกเบี้ยพร้อมทั้งมอบ ส.ค.1 สำหรับนาพิพาทให้จำเลยยึดถือไว้ด้วย ต่อมาบิดาโจทก์ตายจำเลยไปขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์สำหรับนาพิพาทเป็นของจำเลย ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยรับชำระหนี้จากโจทก์ ให้จำเลยส่งมอบนาพิพาทพร้อม ส.ค.1 คืนให้โจทก์
จำเลยให้การว่า นายด่อนบิดาโจทก์ขายนาพิพาทให้จำเลยตั้งแต่ พ.ศ. 2506มิใช่มอบให้จำเลยทำกินต่างดอกเบี้ย จำเลยซื้อมาแล้วก็เข้าครอบครองทำประโยชน์ในฐานะเจ้าของและเสียภาษีบำรุงท้องที่ตลอดมาจนถึงปัจจุบัน ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยคืนนาพิพาทพร้อม ส.ค.1 ให้โจทก์
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่านายด่อนขายนาพิพาทและมอบนานี้ให้จำเลยครอบครองมาก่อน พ.ศ. 2510 แล้ว แม้การซื้อขายจะมิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ แต่เมื่อนายด่อนสละนาพิพาทให้จำเลยครอบครองไม่ยึดถือต่อไปแล้ว การครอบครองย่อมสิ้นสุดลง จำเลยผู้ครอบครองต่อมาย่อมได้สิทธิในนาพิพาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1377ประกอบมาตรา 1367 โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องเรียกคืน
พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา








