ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

คดีนี้โจทก์นำยึดที่ดินรายพิพาท ผู้ร้องร้องขัดทรัพย์อ้างว่า ที่รายนี้เป็นของผู้ร้อง ๆ ซื้อไว้จากจำเลย

ทางพิจารณาได้ความว่า ที่ดินรายพิพาทเดิมเป็นของจำเลย ๆ ใส่ชื่อ ช.ภรรยาในโฉนดแต่ผู้เดียว แล้ว ช.เอาไปจำนองไว้กับ ล. เมื่อศาลพิพากษาให้ จำเลยแพ้คดีโจทก์ ๆ จึงนำยึดที่ดินของจำเลยแปลงหนึ่งซึ่งติดกับที่รายพิพาทนี้ แลผู้ร้องก็ทราบแล้วว่าถ้าขายได้เงินไม่พอโจทก์ก็จะยึดที่รายพิพาทนี้ด้วย ปรากฏว่าต่อจากศาลได้พิพากษาแล้ว ๑๙ วัน ช.ภรรยาจำเลยก็ไปไล่ถอนการจำนอง จาก ล.แล้วก็โอนขายให้กับผู้ร้อง แลผู้ร้องกลับเอาไปจำนองไว้กับ ล.อีกในวันเดียวกันนั้นเอง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การซื้อขายเป็นการทำให้โจทก์เสียเปรียบ เพราะผู้ร้องรู้อยู่แล้วว่าโจทก์ไม่สามารถยึดที่รายนี้ได้ นิติกรรมอันนี้ต้องถูกเพิกถอนข้อที่ศาลอุทธรณ์ว่า โจทก์ต้องสืบว่าการโอนรายนี้เป็นการทุจจริตหรือสมยอมนั้นเห็นว่าตาม ม.๒๓๗ ไม่จำเป็นต้องมีการทุจจริตหรือสมยอมเสมอไปเพียงแต่ลูกหนี้แลผู้ได้ลาภงอกรู้ว่าเป็นการทำให้เจ้าเสียเปรียบก็พอแล้วพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้ยกคำร้องขัดทรัพย์

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th