ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นหนี้โจทก์ตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชี จำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันที่ยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมและจำนองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นประกัน ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 7,825,817.15 บาท พร้อมดอกเบี้ย หากจำเลยทั้งสองไม่ชำระให้บังคับจำนอง

จำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์ไม่มีสิทธิคิดดอกเบี้ยทบต้นเพราะไม่มีการเดินสะพัดทางบัญชี ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์คิดดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด จึงเป็นโมฆะจำเลยที่ 1 ทำสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีกับโจทก์วันที่ 28 มิถุนายน 2525 แต่บัญชีเอกสารที่โจทก์นำมาแสดงปรากฏรายการในการเดินบัญชีตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคม 2526 จึงไม่มีหลักฐานในการคำนวณยอดเงินที่จำเลยที่ 1 เบิกเกินบัญชีและยอดเงินที่จำเลยที่ 1 นำเข้าบัญชี เพื่อคำนวณต้นเงินที่จำเลยที่ 1 ค้างชำระเพื่อให้จำเลยทั้งสองรับผิดต่อโจทก์ได้ พิพากษายกฟ้อง แต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะฟ้องคดีใหม่ภายในอายุความ

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยทั้งสองฎีกาว่า คดีนี้ไม่เข้าข้อยกเว้นที่จะให้สิทธิโจทก์ฟ้องคดีได้ใหม่ เพราะโจทก์ได้สืบพยานหลักฐานไปแล้วหากแต่มิได้นำพยานหลักฐานเข้าสู่การพิจารณาของศาลให้ครบถ้วน เป็นความบกพร่องของโจทก์เอง ขอให้ยกฟ้องโจทก์โดยไม่ให้สิทธิโจทก์ที่จะนำคำฟ้องมายื่นใหม่นั้น ประเด็นที่จะวินิจฉัยในชั้นนี้จึงมีว่าที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องโจทก์ แต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะฟ้องคดีใหม่ภายในอายุความนั้น ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่าประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148 บัญญัติว่า "คดีที่ได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดแล้ว ห้ามมิให้คู่ความเดียวกันรื้อร้องฟ้องกันอีกในประเด็นที่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกันเว้นแต่ในกรณีต่อไปนี้ฯลฯ

(3) เมื่อคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นให้ยกคำฟ้องเสียโดยไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะนำคำฟ้องมายื่นใหม่ ในศาลเดียวกันหรือในศาลอื่นภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยอายุความ" เห็นว่าในกรณีที่ศาลพิพากษาหรือมีคำสั่งให้ยกฟ้องโจทก์นั้น มาตรา 148 (3)แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง บัญญัติรับรองให้ศาลพิพากษาหรือมีคำสั่งได้ด้วยว่าไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะนำคำฟ้องมายื่นใหม่ภายในอายุความ โดยไม่มีเงื่อนไขหรือวางกฎเกณฑ์ไว้ว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งดังกล่าวได้ภายในเงื่อนไขหรือกฎเกณฑ์อย่างใด จึงเป็นอำนาจทั่วไปของศาลที่จะใช้ดุลพินิจวินิจฉัยสั่งได้แล้วแต่ศาลจะเห็นสมควร ฉะนั้น แม้คดีนี้ศาลชั้นต้นจะสืบพยานหลักฐานไปแล้วก็ตาม แต่เมื่อมีคำพิพากษาให้ยกคำฟ้อง ศาลชั้นต้นก็สามารถใช้ดุลยพินิจพิพากษายกฟ้องโจทก์โดยไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะนำคำฟ้องมายื่นใหม่ได้

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th