ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


ได้ความว่าโจทก์ทำการค้าขายอยู่ในแพ เจ้าพนักงานได้เรียกประเมินภาษีการค้าจากโจทก์เป็นเงิน ๑๒ บาท ๙๖ สตางค์ โจทก์ยื่นคำร้องอุทธรณ์ขอให้พิจารณาคำชี้ขาดหรือการประเมินใหม่ แต่เจ่าพนักงานก็มิได้ชี้ขาดหรือการประเมินใหม่ แต่เจ้าพนักงานก็มิได้ชี้ขาดหรือสั่งประการใด จนล่วงเลยมาเป็นเวลาช้านาน ต่อมาศาลฎีกาพิพากษาในคดี ๔๓๔/๒๔๗๙ ว่าการค้าในแพมิต้องเสียภาษีโจทก์จึงฟ้องคดีนี้เรียกเงินจำนวนนี้จากจำเลย
จำเลยต่อสู้ว่า คำร้องอุทธรณืโจทก์นั้นจำเลยยังหาได้สั่งประกาารใดไม่ แลตัดฟ้องว่าคดีโจทก์ขาดอายุความตาม ม. ๔๑๙
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าโจทก์อาจขอค่าภาษีคืนได้ แต่โจทก์ก็มิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามความใน พ.ร.บ. พิพากษาให้ยกฟ้อง
ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์ไคัดค้านการประเมินเก็บภาษีแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ยังมิได้สั่งประการใดจะว่าโจทก์ยังมิได้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินั้นยังหาถูกต้องไม่ การที่เจ้าหน้าที่ไม่ได้สั้งคำอุทธรณ์จนล่วงเลยมาเป็นเวลาช้านานนั้นจะให้โจทก์จัดการอย่างใดและเห็นว่าอายุความในเรื่องนี้ไม่ควรนับจากวันที่เสียภาษี เพราะโจทก์กำลังร้องอุทธรณ์อยู่ เรื่องนี้นับแต่วันที่ได้อ่านคำพิพากษาฎีกาเงินภาษีที่เจ้าหน้าที่เรียกผิดจากโจทก์ ๆ ก็ควรได้คืนในเวลาอันควร ฟ้องเรียกคืนได้ จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ที่ให้จำเลยคืนเงินให้โจทก์ตามฟ้อง
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

