ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติป่าไม้ฯ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยและสั่งริบรถจักรยานยนต์ของกลาง

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอคืนรถจักรยานยนต์ของกลาง อ้างว่าเป็นของผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจให้จำเลยนำรถของกลางไปกระทำความผิด ขอให้สั่งคืนแก่ผู้ร้อง

โจทก์คัดค้านว่า รถจักรยานยนต์ของกลางมิใช่ของผู้ร้องขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว มีปัญหาวินิจฉัยว่ารถจักรยานยนต์ของกลางเป็นของผู้ร้องหรือไม่ ได้ความจากผู้ร้องว่าผู้ร้องเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์คันหมายเลขทะเบียน สุรินทร์ง - 2326 ของกลางโดยซื้อมาจากร้านวรรณเทพยนต์ด้วยเงินสดในราคา19,500 บาท ก่อนเกิดเหตุประมาณ 4 ปี ตามใบคู่มือจดทะเบียนรถจักรยานยนต์เอกสารหมาย ร.1 เห็นว่า นอกจากผู้ร้องไม่มีหลักฐานสัญญาซื้อขายหรือสัญญาเช่าซื้อ และพนักงานร้านวรรณเทพยนต์เป็นพยานบุคคลเบิกความยืนยันตามข้ออ้างผู้ร้องแล้ว ยังปรากฏตามเอกสารหมาย ร.1 ว่ามีการจดทะเบียนรถเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2533ก่อนผู้ร้องเบิกความเป็นเวลาเกิน 9 เดือน ทั้งเป็นเอกสารที่ออกแทนเล่มที่หายโดยออกให้เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2533 หลังวันที่25 มิถุนายน 2533 ซึ่งเป็นวันเกิดเหตุคดีนี้เป็นเวลา 2 เดือนเศษและก่อนวันที่ 24 สิงหาคม 2533 อันเป็นวันที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอคืนของกลางเพียง 9 วัน นับเป็นข้อพิรุธ ทั้งขัดกับข้อความที่ปรากฏในบัตรส่งค่างวดของรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวเอกสารหมาย จ.1ซึ่งจำเลยนำไปแสดงต่อพนักงานสอบสวนอ้างว่า จำเลยเป็นผู้เช่าซื้อรถยนต์จากห้างหุ้นส่วนจำกัดวรรณเทพยนต์ โดยมีข้อความปรากฏในเอกสารว่ามีการออกรถจักรยานยนต์เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2533ค้างค่างวดอยู่ 27,000 บาท กำหนดชำระเงินงวดแรกวันที่ 9 กุมภาพันธ์2533 และที่ผู้ร้องอ้างว่า ผู้ร้องให้จำเลยยืมรถจักรยานยนต์ไปในวันเกิดเหตุเมื่อเวลา 17.30 นาฬิกา ก็ขัดกับบันทึกคำให้การของจำเลยชั้นสอบสวนเอกสารหมาย จ.2 และบันทึกการจับกุมเอกสารหมาย จ.4ซึ่งระบุว่า จับกุมจำเลยได้พร้อมรถจักรยานยนต์เมื่อเวลา 6 นาฬิกาก่อนเวลาที่ผู้ร้องให้จำเลยยืมรถไป นอกจากนี้ผู้ร้องยังเบิกความว่าทราบเรื่องรถจักรยานยนต์ถูกยึดวันรุ่งขึ้นจากวันที่ 25 มิถุนายน2533 ที่เกิดเหตุแต่ก็ไม่ปรากฏว่าผู้ร้องไปติดต่อพนักงานสอบสวนเพื่อขอรถคืนในทันทีเพิ่งยื่นคำร้องขอคืนของกลางคดีนี้ในวันที่ 24สิงหาคม 2533 หลังวันทราบว่ารถจักรยานยนต์ถูกยึดถึง 2 เดือนพยานหลักฐานของผู้ร้องมีพิรุธและขัดต่อเหตุผลหลายประการดังกล่าวจึงฟังไม่ได้ว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์ของกลาง…"

พิพากษายืน.

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th