ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
10,000+
ทนายความตัวจริง
500+


คดีนี้ คงมีปัญหามาสู่ศาลฎีกาเฉพาะข้อกฎหมายว่า ศาลอุทธรณ์ทำคำพิพากษาภายหลังจำเลยตายแล้วคำพิพากษานั้นจะใช้ได้หรือไม่
ศาลฎีกาเห็นว่าตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 42 แสดงว่า ต้องเป็นเรื่องที่ข้อเท็จจริงปรากฏต่อศาลแล้วว่า คู่ความฝ่ายใดตาย ศาลจึงจัดการตามที่บัญญัติไว้ แต่คดีนี้ ศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาไปแล้ว ภายหลังโจทก์จึงมาร้องว่า จำเลยที่ 1 ตายศาลชั้นต้นก็ได้ดำเนินคดีหาทายาทเข้ามารับมรดกความแทนที่คู่ความผู้มรณะ ก็เป็นการถูกต้องตามวิธีพิจารณาแล้ว โจทก์จะขอให้ศาลฎีกาตัดสินว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ใช้ไม่ได้เพราะตัดสินเมื่อจำเลยที่ 1 ตายแล้วนั้นฟังไม่ขึ้น เพราะไม่มีกฎหมายใดที่บัญญัติดังนั้นความมรณะของคู่ความที่ปรากฏต่อศาลภายหลังคำพิพากษา จะเรียกว่ามรณะก่อนศาลพิพากษาคดีตามนัยมาตรา 42 นี้ไม่ได้ เพราะศาลไม่อาจล่วงรู้เหตุการณ์ซึ่งนอกเหนือจากคำพยานหลักฐานในสำนวน จึงพิพากษาให้ยกฎีกาโจทก์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา









