ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


โจทก์ฟ้องว่า จำเลยสมคบกันใช้อาวุธรุมกันทำร้ายร่างกายโจทก์และสมคบกันแจ้งความเท็จต่อพนักงานสอบสวน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137, 172, 189 และ 83 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้อง สั่งรับประทับฟ้อง หมายเรียกจำเลยมาแก้คดี และนัดสืบพยานโจทก์ ถึงวันนัดพิจารณา โจทก์และพยานไม่มาศาล ศาลเห็นว่าโจทก์ทราบวันนัดแล้วไม่มาศาล พยานอื่นก็ไม่มา ถือได้ว่าโจทก์ไม่มีพยานมาสืบโจทก์ไม่สามารถพิสูจน์ความผิดของจำเลยตามฟ้องได้ พิพากษายกฟ้องโจทก์ปล่อยจำเลยพ้นข้อหาไป รุ่งขึ้นโจทก์ยื่นคำร้องว่าโจทก์ป่วยกระทันหันระหว่างเดินทางมาศาล ขอให้ศาลมีคำสั่งพิจารณาคดีนี้ใหม่ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ได้มีคำพิพากษาไปแล้ว การเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาจะทำได้โดยศาลที่สูงกว่าเท่านั้น โจทก์อุทธรณ์ขอให้ศาลอุทธรณ์สั่งศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องโจทก์ที่ขอให้พิจารณาคดีใหม่ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าโจทก์ไม่มีพยานมาสืบและว่าโจทก์ไม่สามารถพิสูจน์ความผิดของจำเลยตามฟ้องได้ จึงพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์มิได้อุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้น คำพิพากษาศาลชั้นต้นจึงเป็นอันยุติ ต่อมาเมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาแล้ว โจทก์กลับยื่นคำร้องขอให้มีการพิจารณาคดีใหม่ ศาลจะยกขึ้นพิจารณาใหม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 166 วรรค 2 ไม่ได้เพราะไม่ใช่เป็นเรื่องศาลชั้นต้นยกฟ้องเพราะเหตุโจทก์ขาดนัด พิพากษายืน ยกฎีกาโจทก์.
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา


