ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้อง ขอให้ศาลพิพากษาว่า ที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์และเพิกถอนสัญญาขายฝากระหว่างโจทก์กับจำเลยฉบับลงวันที่ 17 กันยายน 2506 ให้จำเลยเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนที่ดินพิพาทมาเป็นชื่อโจทก์ หากไม่ปฏิบัติให้ถือคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา

จำเลยให้การว่า โจทก์ได้นำที่ดินพิพาทมาขายฝากไว้กับจำเลยเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2506 มีกำหนด 10 ปี ในราคา10,000 บาท โดยจดทะเบียนกันถูกต้องตามกฎหมายโจทก์มิได้ไถ่ถอนภายในกำหนดที่ดินพิพาทจึงตกเป็นของจำเลย จำเลยเป็นผู้ครอบครองที่ดินพิพาทนับแต่วันรับซื้อฝากโดยโจทก์ได้ขอเช่าที่ดินพิพาทอยู่ในระหว่างที่ยังไถ่ถอนได้ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง และเห็นว่าโจทก์ดำเนินกระบวนพิจารณาในทางก่อความรำคาญถึงขนาด จึงให้ถอนอนุญาตที่ให้โจทก์ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่ถอนอนุญาตที่ให้โจทก์ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มูลคดีเดียวกันนี้ จำเลยเคยฟ้องขับไล่โจทก์ออกจากที่ดินพิพาท และศาลได้พิพากษาขับไล่โจทก์ตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 972/2532 ของศาลชั้นต้นแม้คำพิพากษาในคดีดังกล่าวเป็นเรื่องคำพิพากษาในคดีขาดนัดและมีการขอพิจารณาคดีใหม่ แต่คำพิพากษาในคดีดังกล่าวถึงที่สุดแล้วจึงมีผลผูกพันคู่ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 วรรคแรกสำหรับคดีนี้เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏในชั้นพิจารณาเพียงพอที่จะวินิจฉัยคดีโดยไม่จำต้องสืบพยานต่อไป ศาลชั้นต้นย่อมงดสืบพยานเสียได้ และเมื่อได้ความว่า ศาลในคดีดังกล่าวฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ทำสัญญาขายฝากที่ดินพิพาทกับจำเลยเมื่อครบกำหนดแล้วโจทก์ไม่ไถ่ถอนการขายฝาก ที่ดินพิพาทจึงตกเป็นของจำเลยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 492จึงต้องฟังว่าที่ดินพิพาทเป็นของจำเลย และโจทก์เช่าที่ดินพิพาทจากจำเลยเมื่อจำเลยไม่ประสงค์จะให้โจทก์เช่าต่อไปโจทก์ก็ต้องออกจากที่ดินพิพาทจำเลยจึงมีสิทธิฟ้องขับไล่โจทก์ดังนี้ แม้ประเด็นแห่งคดีทั้งสองจะเป็นคนละเรื่องแต่ก็เกิดจากมูลคดีเดียวกัน ดังนั้น การที่ศาลชั้นต้นงดสืบพยานโจทก์จำเลย แล้วศาลล่างทั้งสองนำเอาคำพิพากษาคดีดังกล่าวมาวินิจฉัยโดยเห็นว่าผูกพันคู่ความในคดีนี้ จึงชอบแล้ว

มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ศาลมีอำนาจหยิบยกปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องมาวินิจฉัยได้เพียงใดหรือไม่ เห็นว่าเรื่องอำนาจฟ้อง เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน การที่ศาลจะหยิบยกปัญหาดังกล่าวขึ้นวินิจฉัยหรือไม่ย่อมเป็นดุลพินิจของศาลและเป็นเรื่องที่ศาลจะเห็นสมควรหยิบยกขึ้นวินิจฉัย เมื่อข้อเท็จจริงในคดีนี้เพียงพอที่จะวินิจฉัยคดีโดยไม่จำต้องสืบพยานต่อไป ศาลก็มีอำนาจหยิบยกปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142(5)

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th