ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยซึ่งเป็นลูกจ้างชั่วคราวปฏิบัติราชการอยู่ในกรมคุมประพฤติและได้รับแต่งตั้งจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมให้เป็นพนักงานคุมประพฤติ ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตามพระราชบัญญัติวิธีดำเนินการคุมความประพฤติตามประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ.2522 มีหน้าที่สืบเสาะและพินิจประวัติความประพฤติของจำเลยในคดีอาญา เพื่อรายงานศาลประกอบดุลพินิจในการลงโทษ จำเลยได้รับคำสั่งจากหัวหน้าสำนักงานคุมประพฤติประจำศาลอาญากรุงเทพใต้ให้สืบเสาะความประพฤติของนายวรชาติ จิตต์พายัพ ซึ่งเป็นจำเลยในคดีอาญาเรื่องมียาเสพติดให้โทษ (เฮโรอีน) ไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาต คดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอาญากรุงเทพใต้จำเลยได้ข่มขืนใจนางสาวนันทิรา บุญรัตน์ ผู้เสียหายซึ่งเป็นภริยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรสของนายวรชาติโดยขู่เข็ญว่าหากผู้เสียหายไม่นำเงิน 10,000 บาท มาให้จำเลย จำเลยจะทำรายงานต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ว่า นายวรชาติเป็นผู้มีความประพฤติไม่ดีและจะต้องถูกศาลพิพากษาลงโทษจำคุก ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อเสรีภาพและชื่อเสียงของนายวรชาติ และผู้เสียหายจนผู้เสียหายยอมจ่ายเงินให้จำเลยตามที่ถูกข่มขืนใจและได้จ่ายเงิน1,000 บาท ให้จำเลย ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148, 157, 337 กับให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน 1,000 บาท แก่ผู้เสียหาย

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148, 157 และ 337 เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา 148 อันเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกจำเลย 5 ปี ให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน 1,000 บาท แก่ผู้เสียหาย

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 337 ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 อันเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ให้จำคุก 5 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยเป็นลูกจ้างชั่วคราวได้รับแต่งตั้งให้ปฏิบัติราชการในกรมคุมประพฤติเป็นพนักงานคุมประพฤติตามคำสั่งกระทรวงยุติธรรมที่ 163/2537 ลงวันที่ 15 มีนาคม 2537 จำเลยเป็นพนักงานคุมประพฤติประจำศาลอาญากรุงเทพใต้ และได้รับมอบหมายจากหัวหน้าสำนักงานคุมประพฤติประจำศาลอาญากรุงเทพใต้ให้ไปสืบเสาะความประพฤติของนายวรชาติ

มีปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยว่าจำเลยเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายหรือไม่ โดยจำเลยอ้างว่าคำสั่งแต่งตั้งดังกล่าวยังไม่ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาและจำเลยยังไม่ได้ลงชื่อรับทราบคำสั่งนั้น เห็นว่าตามพระราชบัญญัติวิธีดำเนินการคุมความประพฤติตามประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ.2522มาตรา 4 บัญญัติว่า "พนักงานคุมประพฤติ" หมายความว่าผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้มีอำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา 5บัญญัติว่า "ให้รัฐมนตรีหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีเป็นผู้แต่งตั้งและถอดถอนพนักงานคุมประพฤติตามพระราชบัญญัตินี้"และมาตรา 10 บัญญัติว่า "ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานคุมประพฤติเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา"ไม่มีบทบัญญัติบทใดบัญญัติให้การแต่งตั้งพนักงานคุมประพฤติต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษา ดังนั้น คำสั่งแต่งตั้งจำเลยให้เป็นพนักงานคุมประพฤติจึงไม่จำต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษาแม้จำเลยไม่ได้ลงชื่อรับทราบคำสั่งแต่งตั้งดังกล่าว แต่จำเลยได้ปฏิบัติหน้าที่ต่อมา ถือได้ว่าจำเลยทราบคำสั่งแล้วจำเลยจึงเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th