ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
10,000+
ทนายความตัวจริง
500+


ได้ความว่าจำเลยเข้าไปเคหสถานลักเอาหีบเหล็กบรรจุธนบัตร์รวม ๑๗๗๑ บาท ๙๑ สตางค์ ของ พ.ซึ่งเป็นนายจ้างของจำเลย
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีผิดตาม ม.๒๙๓ ให้จำคุก ๑ ปีลดฐานรับสารภาพตามมาตรา ๕๙ คงให้จำคุก ๖ เดือน
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยลักทรัพย์ของ พ. ซึ่งเป็นนายจ้างของจำเลย ต้องมีผิดตามม.๒๙๓ ข้อ ๕ จึงให้จำคุกจำเลย ๒ ปีตามมาตรา ๒๙๔ ตอน ๒
จำเลยฎีกาในข้อที่ศาลอุทธรณ์ใช้ดุลยพินิจลงโทษจำเลย อ้างว่าจำเลยฎีกาข้อเท็จจริงว่า เพราะศาลอุทธรณ์แก้มาอ้างฎีกาที่ ๙๕๒/๒๔๖๘
ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้ไม่ใช่เรื่องแก้มากเพราะศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์เช่นเดียวกัน ผิดกันแต่ให้ลงตามบทที่หนักแลมิได้ลดโทษให้จำเลยโดยดุลยพินิจของศาลอุทธรณ์เท่านั้น เรื่องเช่นนี้ถือว่าเป็นการแก้ไขเล็กน้อย ฎีกาที่จำเลยอ้างเห็นว่าศาลชั้นต้นลงโทษฐานลักทรัพย์ ศาลอุทธรณ์ลงฐานรับของโจรนั้นเป็นการผิดฐานความผิดกัน คือว่าเป็นแก้มากแต่เรื่องการผิดฐานความผิดกัน คือว่าเป็นแก้มากแต่เรื่องนี้ศาลอุทธรณ์ หาได้แก้ฐานความผิดไม่ เห็นว่าจำเลยฎีกาในข้อเท็จจริงซึ่งศาลอุทธรณ์ใช้ดุลยพินิจลงโทษจำเลยไม่ได้ ให้ยกฎีกา
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา








