ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องขอให้ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาด และพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย

จำเลยยื่นคำให้การต่อสู้คดี

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้พิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาด

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ตามพระราชบัญญัติล้มละลายพ.ศ. 2483 มาตรา 14 กำหนดให้ศาลพิจารณาเอาความจริงตามที่บัญญัติไว้ใน มาตรา 9 ดังนั้น จึงเห็นสมควรยกขึ้นวินิจฉัยก่อนว่าหนี้ที่โจทก์นำมาฟ้องอาจกำหนดจำนวนได้โดยแน่นอนหรือไม่ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย มาตรา 9(3) ในประเด็นนี้ แม้คู่ความจะมิได้ยกขึ้นโต้เถียงเป็นประเด็นขึ้นมาก็ตาม แต่กฎหมายกำหนดให้ศาลพิจารณาเอาความจริง ศาลฎีกาย่อมยกขึ้นวินิจฉัยเองได้และเห็นว่าโจทก์ฟ้องว่าจำเลยเช่าซื้อเครื่องยนต์เรือไปจากโจทก์แล้วผิดนัดไม่ผ่อนชำระค่าเช่าซื้อตามสัญญาถึง 4 งวด สัญญาจึงเลิกกัน หลังจากนั้นโจทก์ได้ติดตามทรัพย์สินที่เช่าซื้อคืนจากจำเลยแต่จำเลยไม่นำพาต่อการส่งมอบคืน กลับครอบครองและใช้ประโยชน์ตลอดมา ดังนั้น จำเลยในฐานะผู้เช่าซื้อจึงมีหน้าที่ต้องคืนทรัพย์สินที่เช่าซื้อในสภาพสมบูรณ์ หรือมิฉะนั้นต้องชดใช้ราคาทรัพย์สินที่เช่าซื้อเป็นเงิน 3,318,750 บาท แก่โจทก์ จากคำฟ้องดังกล่าว มูลหนี้ที่โจทก์นำมาฟ้องจำเลยขอให้ล้มละลาย จึงเป็นมูลหนี้ส่งมอบทรัพย์สินคืน กล่าวคือ จำเลยซึ่งเป็นผู้เช่าซื้อเครื่องยนต์เรือไปจากโจทก์ผิดสัญญาเช่าซื้อและสัญญาเลิกกันโจทก์ยังคงมีกรรมสิทธิ์ในเครื่องยนต์เรือที่จำเลยเช่าซื้อไปมีสิทธิติดตามเอาคืนจากจำเลยและจำเลยมีหน้าที่ต้องส่งคืนเครื่องยนต์เรือดังกล่าว หากคืนไม่ได้จึงจะใช้ราคาเมื่อความปรากฏจากคำฟ้องนั้นเองว่า จำเลยยังครอบครองและใช้ประโยชน์เครื่องยนต์เรืออยู่ แสดงว่าเครื่องยนต์เรือยังคงมีอยู่และอยู่ในสภาพที่สามารถบังคับให้จำเลยคืนเครื่องยนต์เรือได้ แม้โจทก์จะนำสืบว่า ได้ติดตามเพื่อยึดเครื่องยนต์เรือคืน แต่จำเลยมีเรือหลายลำไม่ทราบว่าเครื่องยนต์เรือที่เช่าซื้ออยู่ในเรือลำใด จึงไม่สามารถยึดคืนได้ ก็หาใช่ว่าการคืนเครื่องยนต์เรือไม่สามารถกระทำได้จนต้องบังคับให้ใช้ราคาแทนอย่างเดียวไม่ โจทก์ย่อมฟ้องร้องโดยอาศัยอำนาจศาลบังคับให้จำเลยคืนเครื่องยนต์เรือดังกล่าวแล้วได้ และหากบังคับกันได้เช่นนี้ หนี้ค่าเครื่องยนต์เรือจำนวน3,318,750 บาท ก็ไม่ใช่หนี้ที่จะบังคับเอาแก่จำเลยได้อีก ทั้งโจทก์ก็มิได้บรรยายฟ้องให้เห็นว่ามีหนี้จำนวนอื่นที่จะเรียกร้องกันได้นอกเหนือจากค่าเครื่องยนต์เรือคงมีแต่หนี้คืนเครื่องยนต์เรือหากคืนไม่ได้จึงให้ใช้ราคาเท่านั้น ฉะนั้นเมื่อหนี้ส่งมอบเครื่องยนต์เรือคืนยังอยู่ในสภาพที่อาจบังคับกันได้จึงไม่แน่นอนว่าหนี้ที่จะบังคับให้ใช้ราคาแทนการส่งมอบเครื่องยนต์เรือจะมีหรือไม่หนี้ที่โจทก์นำมาฟ้องจึงยังไม่อาจกำหนดจำนวนได้แน่นอน โจทก์จึงฟ้องขอให้จำเลยเป็นบุคคลล้มละลายไม่ได้

พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์.

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th