ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 291 ให้จำคุก 1 ปี ให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 (ที่ถูกมาตรา 56)
โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยหนักกว่าที่ศาลชั้นต้นกำหนดและไม่รอการลงโทษให้จำเลย
ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 185 วรรคหนึ่งบัญญัติว่า "ถ้าศาลเห็นว่าจำเลยมิได้กระทำผิดก็ดีให้ศาลยกฟ้องโจทก์ปล่อยจำเลยไป" และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 215 บัญญัติว่า "นอกจากที่บัญญัติมาแล้ว ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยการพิจารณาและว่าด้วยคำพิพากษาและคำสั่งศาลชั้นต้นมาบังคับในชั้นศาลอุทธรณ์ด้วยโดยอนุโลม" ซึ่งตามมาตรา 185 วรรคหนึ่งนั้นอยู่ลักษณะ 3 ว่าด้วยคำพิพากษาและคำสั่งในศาลชั้นต้น จึงนำบทบัญญัติดังกล่าวมาใช้บังคับในชั้นศาลอุทธรณ์ได้โดยอนุโลม ดังนั้น แม้จำเลยจะไม่ได้อุทธรณ์ปัญหาว่าจำเลยมิได้กระทำผิดตามฟ้อง แต่คดีขึ้นมาสู่การพิจารณาพิพากษาคดีของศาลอุทธรณ์ภาค 3 เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิจารณาพยานหลักฐานในสำนวนเห็นว่าจำเลยมิได้กระทำผิดศาลอุทธรณ์ภาค 3ก็มีอำนาจหยิบยกพยานหลักฐานในสำนวนขึ้นมาวินิจฉัยและฟังข้อเท็จจริงใหม่ว่าจำเลยไม่ได้กระทำผิดดังฟ้องแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 185 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 215
พิพากษายืน
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

