ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2533 เวลากลางวันจำเลยทั้งหกร่วมกันเข้าไปในที่ดินตาม น.ส.3 ก. ซึ่งโจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองแล้วร่วมกันใช้รถแทรกเตอร์และรถตักดินทำการไถเกรดที่ดินและดันต้นไม้ยืนในที่ดิน คิดเป็นเนื้อที่ 2 ไร่เศษโดยโจทก์มิได้ยินยอม เป็นการเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์เพื่อเข้ายึดถือครอบครองอสังหาริมทรัพย์บางส่วน หรือเข้าไปกระทำการใด ๆ อันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์โดยปกติสุข และเป็นการทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งคันนาและต้นไม้ยืนต้นของโจทก์คิดเป็นเงินประมาณ 20,000 บาท เหตุเกิดที่ตำบลหนองบัวโคก อำเภอจัตุรัสจังหวัดชัยภูมิ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91,358, 362, 365 และให้ร่วมกันใช้ราคาทรัพย์จำนวน 20,000 บาทแก่โจทก์

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องคดีส่วนอาญาแล้ว เห็นว่าคดีมีมูลให้ประทับฟ้อง

จำเลยทั้งหกให้การปฏิเสธ และให้การคดีส่วนแพ่งว่า จำเลยที่ 1ร่วมกับจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 ซึ่งเป็นคณะกรรมการหมู่บ้านแผ้วถางบูรณะทางสาธารณะซึ่งอยู่ทางทิศใต้ของที่ดินโจทก์ มิได้บุกรุกเข้าไปทำให้ต้นไม้ในแนวเขตที่ดินของโจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ในความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ และพิพากษายืนในความผิดฐานบุกรุก

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 มีอัตราโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโดยฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยทั้งหกได้ใช้รถไถและรถแทรกเตอร์ไถดินบนทางพิพาทอันเป็นทางสาธารณะ พยานหลักฐานโจทก์ไม่พอฟังว่าจำเลยทั้งหกได้กระทำความผิด โจทก์อุทธรณ์ว่า จำเลยทั้งหกร่วมกันไถคันดินและโค่นต้นไม้ในที่ดินของโจทก์ เป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงต้องห้ามอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 ทวิโจทก์ฎีกาว่า จำเลยทั้งหกร่วมกันนำเครื่องจักรไถทางและต้นไม้เข้าไปในที่ดินโจทก์ เป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1ไม่รับวินิจฉัย จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลอุทธรณ์ภาค 1 ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 15 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

พิพากษาให้ยกฎีกาโจทก์

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th