ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

เดิมจำเลยกับ ท. พ.ต้องหาว่าเปนผู้ร้ายลักเงินของหลวงไป ๔๗๐๐ บาท ๒๒ สตางค์ ศาลเดิมตัดสินลงโทษตามมาตรา ๒๙๓ ข้อ ๑-๔ ,๕-๑๑ ให้จำคุกไว้คนละ ๕ ปีกับใช้พระราชทรัพย์ ศาลอุทธรณ์ตัดสินกลับให้ยกฟ้อง ปล่อยตัวไป แต่ส่วนจำเลยนี้ได้หลบหนีไปเสียจากเรือนจำในระหว่างอุทธรณ์ โจทก์ได้ฎีกาต่อมา ศาลฎีกาวินิจฉัยแต่ฉะเพาะคดีส่วนตัว ท. พ.ว่ามีความผิดและให้ลงโทษตามที่ศาลเดิมตัดสินมาส่วนจำเลยนี้ศาลได้ออกหมายจับตามที่โจทก์ร้องขอเมื่อวันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๔๖๕ เจ้าหน้าที่จับตัวได้เมื่อวันที่ ๒ กันยายน ๒๔๗๒ ศาลเดิมจึงอ่านคำตัดสินศาลอุทธรณ์ให้จำเลยฟัง และส่งสำเนาฎีกาของโจทก์ให้แก่จำเลย ๆ ฎีกาคัดค้านว่าคดีโจทก์ขาดอายุความดังนี้

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีที่จำเลยต้องหานั้นถ้าจะมีผิดก็คงมีโทษเท่ากับ ท.พ. เพราะในกรรมอันเดียวกัน ซึ่งตามมาตรา ๒๙๓ มีโทษอย่างสูงเพียง ๕ ปี กำหนดอายุความต้องเข้าอยู่ในมาตรา ๗๘ ข้อ ๓ มีกำหนด ๕ ปี ถึงจำเลยจะหลบหนีไปตั้งแต่ระหว่างอุทธรณ์ ซึ่งระหว่างนั้นเปนเวลาหยุดอายุความตามมาตรา ๗๙ ก็ดี แต่เมื่อโจทก์ขอให้ศาลออกหมายจับจำเลยแล้วอายุความก็ต้องนับต่อไปใหม่ตั้งแต่วันศาลออกหมายจับจำเลย แต่พึ่งจับจำเลยได้เปนเวลาล่วงมาถึง ๗ ปีเศษดังนี้ คดีของโจทก์ขาดอายุความแล้วให้ปล่อยตัวไป

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th