ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยรับเงินจำนวน 1,100,000 บาทจากโจทก์ ให้จำเลยโอนที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์(น.ส.3 ก.) เลขที่ 56 เลขที่ดิน 6 หมู่ที่ 5 ตำบลน้ำชุนอำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ คืนโจทก์ หากจำเลยไม่ดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทนจำเลย หากไม่สามารถโอนที่ดินดังกล่าวคืนแก่โจทก์ได้ไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ ให้จำเลยใช้ราคาที่ดินส่วนที่เหลือ จำนวน 3,205,000 บาท แก่โจทก์

จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายกอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสอง

โจทก์ทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหามาสู่ศาลฎีกาที่ต้องวินิจฉัยว่าที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายกอุทธรณ์ โดยไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสองนั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่าการอุทธรณ์ไม่ว่าในปัญหาข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายต้องกล่าวไว้โดยชัดแจ้งถึงรายละเอียดแห่งข้อเท็จจริงในประเด็นแห่งคดีหรือปัญหาข้อกฎหมายมีอยู่อย่างไร นำมาปรับคดีได้อย่างไรเพื่อศาลอุทธรณ์จะได้วินิจฉัยคดีตามข้ออุทธรณ์ได้ถูกต้องตามประเด็นที่ยังคงโต้เถียงกันอยู่ สำหรับคดีนี้เมื่อตรวจพิจารณาอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสองในประเด็นที่ว่า โจทก์ทั้งสองมีสิทธิฟ้องเรียกที่ดินพิพาทคืนหรือไม่แล้ว พอสรุปได้ความตามที่โจทก์ทั้งสองกล่าวอ้างมาในอุทธรณ์แต่เพียงว่า กรณีเป็นเรื่องผิดสัญญาซื้อขายเพราะโจทก์จำเลยได้ตกลงซื้อขายที่ดินกัน แต่การที่จำเลยไม่ชำระราคาที่ดินให้ครบจำนวนตามที่ตกลงซื้อขายกันนั้น ถือได้ว่าจำเลยเป็นผู้ผิดสัญญา เมื่อจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญา โจทก์ทั้งสองจึงมีสิทธิโดยชอบที่จะฟ้องร้องดำเนินคดีแก่จำเลยเกี่ยวกับที่ดินตามที่ได้ตกลงซื้อขายกันได้เท่านั้น อุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสองดังกล่าวหาได้ยกข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงไว้ให้ชัดแจ้งว่าคำพิพากษาศาลชั้นต้นไม่ชอบอย่างไร และโจทก์ทั้งสองควรจะชนะคดีได้เพราะเหตุใดไม่ ส่วนอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสองสำหรับราคาที่ดินที่ตกลงซื้อขายและการชำระราคาที่ดินของจำเลย โจทก์ทั้งสองเพียงแต่นำคำเบิกความของโจทก์ที่ 1 และพยานโจทก์ในสำนวนมากล่าวอ้างไว้ในอุทธรณ์ แล้วสรุปตามคำเบิกความดังกล่าวว่า โจทก์ทั้งสองและจำเลยตกลงซื้อขายที่ดินพิพาทในราคาไร่ละ 200,000 บาทมิใช่ราคาไร่ละ 30,000 บาท และจำเลยยังชำระราคาที่ดินให้แก่โจทก์ไม่ครบจึงเป็นฝ่ายผิดสัญญาเท่านั้น โจทก์ทั้งสองหาได้โต้แย้งคำพิพากษาของศาลชั้นต้นว่าไม่ชอบอย่างไร หรือเพราะเหตุใดไม่อุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสองจึงไม่เป็นอุทธรณ์ที่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 วรรคหนึ่ง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2ไม่รับวินิจฉัยให้โดยพิพากษายกอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสองนั้นชอบแล้วศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ทั้งสองฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th