ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันว่า จำเลยยอมใช้เงินให้โจทก์ 45,000 บาท โดยผ่อนชำระภายในระยะเวลาที่กำหนดและศาลชั้นต้นได้พิพากษาตามยอมแล้วต่อมาเมื่อพ้นกำหนดเวลาชำระหนี้ตามสัญญา โจทก์ได้ร้องขอให้บังคับคดี ศาลชั้นต้นได้ออกหมายบังคับคดียึดทรัพย์จำเลย และประกาศขายทอดตลาด จำเลยจึงยื่นคำร้องว่าโจทก์จำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมกันใหม่ โดยโจทก์ยอมรับชำระหนี้จากจำเลยรวม 9,000 บาทนอกนั้นโจทก์ยอมผ่อนเวลาชำระหนี้ให้ 5 ปี หากโจทก์ดำเนินการบังคับคดีภายในกำหนดดังกล่าว ยอมให้ปรับและเรียกค่าเสียหายซึ่งจำเลยได้ยื่นฟ้องโจทก์เป็นคดีต่างหากแล้ว ขอให้ศาลสั่งถอนการยึดทรัพย์ของจำเลย และมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีระงับการขายทอดตลาดไว้จนกว่าจะมีคำพิพากษาในคดีดังกล่าว โจทก์แถลงคัดค้านว่า โจทก์ไม่เคยทำสัญญาประนีประนอมกับจำเลยนอกศาลนอกจากเคยได้รับเงินจากจำเลยรวม 9,000 บาท และออกใบรับให้จำเลยกับพวกได้สมคบกันปลอมแปลงเอกสารใบรับดังกล่าวเป็นอย่างอื่นไม่มีเหตุที่ศาลจะปล่อยทรัพย์ที่ยึด และระงับการขายทอดตลาด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า กรณีนี้เมื่อโจทก์ปฏิเสธว่าโจทก์มิได้ผ่อนเวลาในการชำระหนี้ตามคำพิพากษาที่ได้พิพากษาไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความที่โจทก์จำเลยได้ทำไว้ต่อศาลแล้ว จำเลยก็จะอ้างเอาเอกสารที่ทำกันนอกศาลมาเป็นเหตุมิให้ศาลดำเนินการบังคับคดีตามคำพิพากษาหาได้ไม่ ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 417/2504 พิพากษายืน.

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th