ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า ก.จำเลยสมคบกับพวกกล่าวคำลามกอนาจารหมิ่นประมาท ส. กับพวกต่อหน้าธารคำนัล แล ส.กับพวกก็กล่าวคำลามกอนาจารหมิ่นประมาท ก.กับพวกด้วย ขอให้ลงโทษจำเลยกับพวกแลเพิ่มโทษด้วยตาม ม.๓๓๗-๓๓๘-๓๓๙ -๓๔๐ แล ๗๖

ก.จำเลยรับว่า ได้ด่า ส. กับพวกจริงเพราะคนทั้ง ๓ นี้ด่าตนและบิดา

ศาลชั้นต้นเห็นว่า จำเลยต่างกล่าวคำลามกอนาจารแลหมิ่นประมาทซึ่งกันแลกันเป็นผิดตาม ม.๓๓๗ ข้อ ๑ แล ๓๓๙ ข้อ ๒

ก.ผู้เดียวอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ตัดสินยืน

ก.ฎีกาว่าคำด่าของคำด่าของตนใหญ่+เป็นการด่าโต้ตอบซึ่งกันแลกัน ไม่เป็นความผิด

ศาลฎีกาเห็นว่าวาจาที่ ก.กล่าวนั้นไม่ปรากฎในคำพิพากษาเลยที่ศาลถือว่าเป็นคำลามกอนาจาร เห็นว่าที่ศาลชั้นต้นอาศัยคำรับของ ก.อย่างเดียวเป็นข้อลงโทษฐานกล่าววาจาลามกอนาจารด้วยนั้น ยังไม่ถูกต้องด้วยวิธีพิจารณา เพราะคำรับของ ก.เพียงเท่านี้มิได้หมายความว่า ก.รับว่าได้กล่าวคำลามกอนาจารดังระบุไว้ในฟ้องของโจทก์ ต้องหมายแต่เพียงว่า ก.รับว่าต่างคนต่างด่าโต้ตอบเท่านั้น เห็นว่ารูปคดีปรากฎแต่เพียงว่า ก.เป็นผู้ก่อเหตุด่า แลการด่าผู้อื่นซึ่งหน้า ย่อมเป็นความผิดอยู่แล้วตาม ม.๓๓๙(๒) จึงพิพากษายืนให้ปรับ ก.จำเลย ๑๕ บาทตามมาตรา ๓๓๙(๒) ส่วนข้อเพิ่มโทษให้ยกเสีย เพราะความผิดครั้งก่อนจำเลยถูกลงโทษตามมาตรา ๓๓๗(๑) กรณีไม่เข้า ม.๗๖

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th