ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


คดีนี้ศาลเดิมแลศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่า โจทก์จำเลยต่างถมลำคลองสีจันสำหรับสาธารณะประโยชน์ในการทำนา และยึดถือเอาที่ดินในลำคลองนั้นเปนประโยชน์ของตน ศาลเดิมจึงตัดสินให้โจทก์จำเลยขุดคลองตามที่ตนถมให้ดีดังเก่า แต่ศาลอุทธรณ์แก้ในข้อที่บังคับให้โจทก์ขุดคลองด้วยนั้นให้ยกเสีย เพราะไม่มีผู้เสียหายเปนโจทก์ฟ้องร้อง นอกนั้นยืนตาม
จำเลยฎีกาว่า ๑. คลองตื้นเขินโดยสภาพ แลเจ้าพนักงานแก้แผนที่หลังโฉนดกินไปถึงคลองให้จำเลยแล้ว ย่อมใช้ได้ตามกฎหมาย ๒. การที่เอกชนเข้ายึดถือกรรมสิทธิในที่สาธารณะประโยชน์ ใครจะเปนผู้มีสิทธิฟ้อง ๓. เมื่อพิจารณาไม่ตรงตามฟ้อง ศาลจะตัดสินบังคับจำเลยไม่ได้
ศาลฎีกาเห็นว่า การวินิจฉัยข้อกฎหมายต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ฟังมาว่าจำเลยได้ถมคลองสาธารณะ และถึงแม้เจ้าพนักงานจะออกโฉนดให้จำเลยกินไปถึงคลองก็ดี ก็หาทำให้จำเลยมีสิทธิจะยึดคลองสาธารณะประโยชน์ไว้เปนกรรมสิทธิไม่ ส่วนฎีกาข้อ ๒ นั้น เมื่อโจทก์เปนผู้เสียหายเพราะการกระทำของจำเลยโดยตรงแล้ว ก็มีสิทธิฟ้องได้ จึงตัดสินยืนตามศาลอุทธรณ์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

