ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
10,000+
ทนายความตัวจริง
500+


โจทก์ฟ้องจำเลยซึ่งเป็นทหารประจำการต่อศาลอาญา ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วฟังว่าโจทก์ทราบก่อนฟ้องแล้วว่าจำเลยเป็นทหารประจำการ เป็นบุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหาร จึงไม่ประทับฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. 2498 มาตรา 15 วรรคสอง หมายความว่าขณะที่ศาลพลเรือนสั่งรับประทับฟ้องของโจทก์ ความยังไม่ปรากฏชัดแจ้งว่าคดีอยู่ในอำนาจศาลทหารหรือไม่ ต่อมาเมื่อศาลพลเรือนได้สั่งรับประทับฟ้องไว้แล้ว ความจึงปรากฏในภายหลังว่าจำเลยเป็นทหารประจำการดังนี้ศาลพลเรือนย่อมดำเนินการพิจารณาต่อไปได้เท่านั้น แต่คดีนี้ความปรากฏต่อศาลอาญาตั้งแต่ในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง กล่าวคือก่อนศาลสั่งรับประทับฟ้องว่าจำเลยเป็นนายทหารชั้นสัญญาบัตรประจำการ ทั้งโจทก์ได้ทราบความข้อนี้ก่อนโจทก์นำคดีมาฟ้องเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาฝ่าฝืนพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. 2498 มาตรา 13 และ 16 ชอบที่ศาลอาญาจะสั่งไม่ประทับฟ้อง และที่โจทก์ฎีกาว่า ความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 ไม่ใช่ความผิดร้ายแรง จึงไม่อยู่ในอำนาจศาลทหารนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าความผิดตามพระราชบัญญัติดังกล่าวก็เป็นความผิดในทางอาญาอย่างหนึ่ง จึงต้องอยู่ในอำนาจศาลทหาร และการที่โจทก์นำคดีนี้มาฟ้องยังศาลพลเรือน ศาลพลเรือนก็ไม่จำต้องสั่งไม่รับขณะที่โจทก์ยื่นฟ้อง
พิพากษายืน
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา









