ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


คดีนี้โจทก์ฟ้องกล่าวความว่าจำเลยสมคบกันลักทรัพย์ ฮ.ไปหลายอย่างรวมราคา ๑๑ บาท ๔๑ สตางค์ ต่อมาได้คืนบางอย่างรวมราคา ๓ บาท ๗ สตางค์ ดังปรากฏตามคำตราสินซึ่งจะได้ส่งศาลในวันพิจารณาต่อมาจำเลยเอาทรัพย์ที่ลักไปขายแลฝากไว้แก่ ท. ส.และ จ. เจ้าพนักงานจับของกลางได้ ขอให้ลงโทษ
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์กล่าวความลอย ๆ ว่าลักทรัพย์ไปหลายอย่างไม่ได้ระบุว่าทรัพย์อะไร เอาไปขายให้ใคร อะไรที่ไหนเมื่อไรและถึงแม้โจทก์จะส่งคำตราสินรายการทรัพย์แล้วก็จริงแต่ส่งเมื่อวันพิจารณาในฐานะเป็นพะยาน ไม่ใช่ในฐานะฟ้องและภายหลังจำเลยให้การแล้ว จำเลยย่อมไม่มีโอกาศเตรียมต่อสู้คดี ยิ่งกว่านั้นของกลางก็มิได้จับได้ที่จำเลยเอง และศาลล่างทั้ง ๒ ก็มิได้ลงโทษฐานลักทรัพย์ แต่ลงโทษฐานรับของโจร ฉะนั้นกรรมในตอนที่จำเลยนำทรัพย์สิ่งใดเท่าใดไปขายหรือฝากกับใคร ที่ไหน เมื่อไร จึงเป็นข้อสำคัญในคดี จึงเห็นว่าฟ้องของโจทก์ไม่มีฐานะเป็นฟ้องอันชอบด้วยวิธีพิจารณา เป็นเหตุให้จำเลยไม่สามารถต่อสู้คดีได้เต็มภูมิ พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ปล่อยจำเลยพ้นข้อหาไป ตลอดทั้งจำเลยที่มิได้ฎีกามาด้วยเพราะเป็นเหตุในลักษณคดี
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

