ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

คดีนี้ ศาลได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยทั้งสามเด็ดขาดไปแล้วเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รายงานต่อศาลว่า เจ้าหนี้ลงมติในการประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรกขอให้ศาลพิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลาย แต่คดีอยู่ระหว่างจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นจึงยังไม่มีคำพิพากษา ครั้นศาลฎีกาพิพากษายืน คดีเสร็จเด็ดขาดแล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รายงานอีกว่า มติของที่ประชุมเจ้าหนี้ที่ขอให้ศาลพิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลายมิได้เปลี่ยนแปลง ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยล้มละลาย

ศาลชั้นต้นจึงพิพากษาให้จำเลยทั้งสามเป็นบุคคลล้มละลายตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 61

จำเลยทั้งสามอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยทั้งสามฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 61เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รายงานว่าเจ้าหนี้ลงมติขอให้ศาลพิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลาย ฯลฯ ให้ศาลพิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลาย ฯลฯ ที่จำเลยฎีกาว่า การประชุมเจ้าหนี้ต้องทำภายหลังคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดถึงที่สุดแล้วนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแล้ว คำสั่งนั้นย่อมมีผลบังคับได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 และไม่มีทุเลาการบังคับตามคำพิพากษาจึงไม่มีเหตุใดที่จะต้องรอการประชุมเจ้าหนี้ไว้จนกว่าคดีจะถึงที่สุด คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว

พิพากษายืน ยกฎีกาจำเลยทั้งสาม

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th