ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

คดีนี้กองหมายได้ยึดทรัพย์ของจำเลยตามหมายของศาลแพ่งปรากฎจำนวนเงิน ๗๐๓,๖๖๙ บาท ๒๓ สตางค์ กับดอกเบี้ยในจำนวนเงิน ๗๐๑,๘๒๐ บาท ๗๓ สตางค์ และได้ประกาศวันขายทอดตลาดแล้ว ต่อมาอีกนานายอมรับเข้าเปนลูกหนี้แทนจำเลยเปนจำนวนเงิน ๖๐๐,๐๐๐ บาท จะใช้ให้เสร็จภายใน ๓ ปี และโจทก์ยอมปลดหนี้ต่าง ๆ รวมตลอดถึงหนี้ตามคำพิพากษาด้วย โจทก์จึงร้องต่อศาลขอถอนการยึดดังนี้ (ทรัพย์ที่ยึดตีราคาประมาณ ๗๕๐,๖๓๖ บาทเศษ)

ปัญหามีว่าโจทก์จะต้องเสียค่าธรรมเนียมกองหมายร้อยละ ๓ กึ่งหรือไม่ และจะคิดเอาจากเงินจำนวนใด

ศาลแพ่งแลศาลอุทธรณ์สั่งให้โจทก์เสียร้อยละ ๓ กึ่งตามราคาทรัพย์ที่ตีราคาไว้ ตามตาราง ๓ ท้าย พ.ร.บ.วิธีพิจารณาความแพ่ง

ศาลฎีกาเห็นว่า คำว่า "ชำระเงินตามคำพิพากษา" หมายความว่าล้างหรือสะสางเงินที่เปนเงินตามคำพิพากษา ซึ่งรวมถึงการที่จำเลยทำอย่างหนึ่งอย่างใดให้เปนที่พอใจแก่โจทก์ จนโจทก์ยอมเลิกล้างหนี้ให้เสร็จสิ้นไป จึงเห็นว่าโจทก์ได้รับชำระหนี้เสร็จสิ้นไปแล้ว โจทก์จะย้อนกลับมาเรียกร้องเอาเงินตามคำพิพากษาไม่ได้ โจทก์จึงต้องเสียเงินร้อยละ ๓ กึ่งให้แก่กองหมายตามจำนวนที่โจทก์ยอมปลดหนี้ให้แก่จำเลย คือ๗๐๓๖๖๙ บาทเศษ กับดอกเบี้ยในต้นเงิน ๗๐๑๘๒๐ บาทเศษ ดังที่ปรากฎในหมายยึด (ไม่ใช่เงินที่กะประมาณแห่งราคาทรัพย์ที่ยึด หรือเงินจำนวนที่อีนานายอมรับเปนลูกหนี้) และโจทก์จะต้องเสียค่าธรรมเนียมทันที ไม่ต้องรอให้อีนานาชำระเงินเสร็จ เพราะจำเลยได้ชำระหนี้ให้แก่โจทก์เสร็จเด็ดขาดไปแล้ว

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th