ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

ผู้ร้องร้องว่า ที่นาพิพาทที่โจทก์นำพนักงานบังคับคดียึดเป็นของผู้ร้องไม่ใช่ของจำเลย ขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึด โจทก์จำเลยให้การต้องกันว่า เดิมนาพิพาทเป็นของนายด้วงนายด้วงขายให้จำเลย ต่อมาจำเลยจำนองโจทก์ นายเยื้อนเอานาพิพาทจากจำเลยไปขายนายม้อย ติดจำนองไป นายม้อยขายให้ผู้ร้องโดยยังไม่ปลดหนี้จำนอง โจทก์เป็นเจ้าหนี้บุริมสิทธิ ฯลฯ ศาลชั้นต้นพิพากษายกคำร้องขัดทรัพย์ ผู้ร้องทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องทั้งสองฎีกา โดยผู้ร้องทั้งสองพิมพ์มือและลงชื่อเป็นผู้ฎีกา นายไร จิราพงษ์ ทนายความเป็นผู้เรียง ที่โจทก์คัดค้านว่า นายไรไม่มีอำนาจเรียงคำฟ้องฎีกานั้นศาลฎีกาเห็นว่า นายไร จิราพงษ์ เป็นทนายความชั้นสอง และมิได้ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2508 มาตรา 36 ย่อมมีสิทธิเรียงคำฟ้องฎีกาให้ผู้ร้องทั้งสองได้ไม่จำต้องได้รับอนุญาตจากศาลหรือได้รับการแต่งตั้งมาจากศาลชั้นต้น ปัญหาที่ว่า โจทก์มีสิทธิยึดนาพิพาทหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่าเดิมนาพิพาทเป็นที่ดินมือเปล่า เมื่อจำเลยจำนองโจทก์ยังไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่ดินอย่างใดสิทธิในนาพิพาทของจำเลยจึงเป็นสิทธิที่ยังมิได้จดทะเบียน ครั้นเมื่อมีการให้แจ้งการครอบครองตามกฎหมาย จำเลยก็ไม่แจ้ง แต่นายเยื้อน สินเอี่ยม ผู้ปกครองดูแลแทนจำเลยกลับแจ้งเอาว่าเป็นของตน แล้วออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์(น.ส.3) และจำนองนายม้อย ต่อมาได้ไถ่ถอนจำนองแล้วขายนายม้อยนายม้อยขายต่อให้ผู้ร้องทั้งสอง โดยมีรายการจดแจ้งทางทะเบียนไว้ในหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) นั้นเป็นลำดับ สิทธิในนาพิพาทของผู้ร้องทั้งสองซึ่งเป็นบุคคลภายนอกผู้ได้สิทธิมาโดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริต และได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตแล้วจึงมีสิทธิดีกว่าจำเลยซึ่งเป็นเจ้าของเดิม ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 วรรคท้าย เมื่อจำเลยซึ่งเป็นเจ้าของเดิมไม่อาจอ้างสิทธิในการเป็นเจ้าของในนาพิพาทเพื่อใช้ยันผู้ร้องทั้งสองได้แล้ว สิทธิจำนองของโจทก์ในการที่จะบังคับเอาแก่ทรัพย์สินคือนาพิพาทนั้น ก็ย่อมเป็นอันหมดสิ้นไปในตัว โจทก์ไม่มีสิทธิที่จะบังคับเอาแก่นาพิพาทซึ่งเป็นของผู้ร้องทั้งสองได้ต่อไป เพราะผู้ร้องทั้งสองได้สิทธิในนาพิพาททางทะเบียนตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) ซึ่งเป็นหนังสือสำคัญสำหรับที่ดินที่มีขึ้นใหม่ภายหลัง โดยไม่ใช่เป็นการรับโอนจากจำเลย กรณีจึงไม่ต้องด้วยบทบัญญัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 702 วรรคท้ายเมื่อโจทก์ไม่มีสิทธิที่จะบังคับจำนองนาพิพาทแล้ว โจทก์ก็ไม่มีสิทธิยึดนาพิพาท พิพากษากลับ เป็นให้ปล่อยนาพิพาทจากการยึดของเจ้าพนักงานบังคับคดี.

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th