ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยออกเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497มาตรา 3(1)(2)(3)

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วให้ประทับฟ้อง

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่า จำเลยเป็นผู้ออกเช็คตามฟ้องลงวันที่ 31 พฤษภาคม 2524 โจทก์นำเช็คไปเรียกเก็บเงินนในวันที่ 3พฤศจิกายน 2524 ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินและโจทก์ไม่ได้นำสืบพยานของโจทก์เองว่าในวันที่จำเลยออกเช็คคือวันที่ 31 พฤษภาคม 2524 จำเลยไม่มีเงินในบัญชีเลยหรือมีเงินจำนวนน้อยกว่าที่สั่งจ่ายในเช็ค

ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายตามฎีกาของโจทก์ที่ว่า การที่โจทก์ถามค้านตัวจำเลยจนจำเลยเบิกความยอมรับว่า ในวันออกเช็คจำเลยไม่มีเงินอยู่ในบัญชีอันจะพึงให้ใช้เงินตามเช็คนั้น จะถือว่าโจทก์ได้นำสืบถึงความข้อนี้แล้วหรือไม่ดังนี้ เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2524 อันเป็นวันที่จำเลยออกเช็ค จำเลยไม่มีเงินอยู่ในบัญชีอันจะพึงให้ใช้เงินได้ เป็นข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญขององค์ประกอบความผิดตามฟ้อง ซึ่งเกิดจากการที่จำเลยเบิกความตอบคำถามค้านของโจทก์ไม่ได้เกิดจากการนำสืบของโจทก์ ไม่พอฟังลงโทษจำเลย ถือไม่ได้ว่าโจทก์นำสืบแล้วถึงข้อเท็จจริงดังกล่าวเพราะในการพิจารณาคดีอาญา โจทก์มีหน้าที่ต้องนำสืบให้ฟังได้ว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้อง

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th