ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินของนายบางบิดาจำเลย มีบ้านปลูก 1 หลังนายบางกับโจทก์ครอบครองที่ดินบ้านเรือนนี้ร่วมกัน ครั้นเมื่อ 14 ปีมาแล้ว นายบางตาย โจทก์ครอบครองต่อมารวมเป็นเวลา 23 ปี ขอห้ามไม่ให้จำเลยเกี่ยวข้อง จำเลยให้การว่า ที่ดินบ้านเรือนรายนี้นายบางนางตาบิดามารดาจำเลยครอบครองอยู่จนบัดนี้ โจทก์เป็นผู้อาศัย
คู่ความท้าอ้างนายกอนพยานปากเดียว มีคำท้าดังนี้ "ถ้านายกอนให้การว่าโจทก์ปกครองที่ดินและเรือนรายพิพาทมา 10 ปีแล้ว จำเลยยอมให้โจทก์ได้กรรมสิทธิ์ที่ดินและเรือนรายพิพาททั้งหมด ถ้านายกอนให้การว่า โจทก์ปกครองเรือนและที่ดินมาไม่กว่า 10 ปีแล้ว โจทก์ยอมยกที่ดินและเรือนให้จำเลยทั้งหมด"
ศาลชั้นต้นฟังว่า คำเบิกความของนายกอนสมโจทก์พิพากษาให้จำเลยแพ้ ศาลอุทธรณ์ฟังว่า คำนายกอนสมจำเลยพิพากษากลับ ให้โจทก์แพ้
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาฟังว่า ที่ดินบ้านเรือนเป็นของนายบาง นายบางตายโดยปกติจำเลยผู้เป็นทายาท ก็เป็นเจ้าของที่ดินบ้านเรือนสืบมา จำเลยเป็นผู้ครอบครอง ส่วนโจทก์ซึ่งอยู่ร่วมกับจำเลยหาใช่ผู้ครอบครองไม่ต่อมาจำเลยไปเสียจากที่ดินบ้านเรือนคงอยู่แต่โจทก์ ตอนนี้มีระยะเวลาเพียง 6 ปี ไม่ถึง 10 ปี คำเบิกความของนายกอนเกี่ยวกับการครอบครองมีดังนี้ ต้องฟังว่าโจทก์ครอบครองที่ดินบ้านเรือนรายนี้ไม่ถึง10 ปี สมข้างจำเลย
พิพากษายืน
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

