ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


คดีนี้ โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกับพวกอีก 2 คนได้ร่วมกันมีปืนเป็นอาวุธทำการปล้นเอากระบือของนายทองดี ศรีคุณชัย ไป 4 ตัว โดยจำเลยกับพวกใช้ปืนจี้ขู่เข็ญจะทำร้ายนายทองดี ศรีคุณชัย กับนายผัน ภู่จาก และใช้ปืนยิงขู่อีกหลายนัด รุ่งขึ้นเจ้าพนักงานไปพบกระบือ 4 ตัวของเจ้าทรัพย์ผูกอยู่ในป่า จึงได้คืนมาเป็นของกลางและจับจำเลยได้ในขณะนั้น ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรค 4, 83
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นเชื่อว่าจำเลยได้กระทำผิดตามฟ้อง พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรค 4, 83 ให้ลงโทษจำคุกจำเลย 20 ปี
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาพิจารณาแล้วเชื่อว่าจำเลยเป็นคนร้ายร่วมกระทำการปล้นทรัพย์ผู้เสียหายจริง แต่ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นที่ฟังว่า ก่อนที่จำเลยและคนร้ายจะปล่อยตัวผู้เสียหายกับพวกกลับจำเลยและคนร้ายได้ยิงปืนขู่ขึ้นฟ้า จึงเป็นการปล้นทรัพย์โดยใช้ปืนยิง และปรับบทลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรค 4นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย เพราะข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยและคนร้ายต้อนกระบือ 4 ตัวออกจากใต้ถุนกระท่อม แล้วบังคับให้ผู้เสียหายกับพวกไปส่งทาง เมื่อจำเลยและคนร้ายคุมตัวผู้เสียหายกับพวกห่างจากกระท่อมที่เกิดเหตุประมาณ 40 เส้น จึงปล่อยให้ผู้เสียหายกับพวกกลับ ก่อนจะปล่อย คนร้ายได้ยิงปืนขู่ขึ้นฟ้า 2 นัด เห็นได้ว่า การที่จำเลยกับคนร้ายยิงปืนในภายหลังนั้น ไม่ใช่เพื่อความสะดวกในการปล้น หรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุมอย่างใด การปล้นทรัพย์ได้ขาดตอนไปแล้ว จึงมิใช่เป็นการยิงปืนอันต่อเนื่องกับการปล้นแต่ประการใด จำเลยคงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรค 2 เท่านั้น พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดตาม มาตรา 340 วรรค 2 ให้วางโทษจำคุกจำเลย 12 ปี
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

