ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 คืนแม่พันธุ์โคนมให้แก่โจทก์ ถ้าไม่คืนให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันชำระราคา 57,500 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์และให้จำเลยที่ 1 และที่ 3 ร่วมกันชำระเงิน 9,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสามให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ส่งมอบแม่พันธุ์โคนม 3 ตัว ที่รับไปคืนโจทก์ หากจำเลยที่ 1 ไม่ส่งคืน ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันชำระราคาเป็นเงิน 57,500 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้อง (31 มกราคม 2540) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ในส่วนของจำเลยที่ 1 และที่ 2 โดยกำหนดค่าทนายความ 2,000 บาท คำขออื่นให้ยก ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 3 ค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนของจำเลยที่ 3 ให้เป็นพับ

จำเลยที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอที่ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีให้แก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น และให้จำเลยที่ 1 และที่ 2ร่วมกันใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 1,200 บาท แทนโจทก์

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 ทำสัญญาจะซื้อจะขายแม่พันธุ์โคนมจากโจทก์ในราคา 60,000 บาท และรับแม่พันธุ์โคนมไปเลี้ยงโดยตกลงว่ากรรมสิทธิ์ในแม่พันธุ์โคนมยังเป็นของโจทก์ ในระหว่างที่จำเลยที่ 1 ชำระค่าแม่พันธุ์โคนมให้แก่โจทก์เป็นงวด โดยมีจำเลยที่ 2 ทำสัญญาค้ำประกันยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม หลังทำสัญญาจำเลยที่ 1 ได้ชำระราคาค่าแม่พันธุ์โคนมให้แก่โจทก์ 2 งวด แล้วผิดนัดไม่ชำระให้แก่โจทก์อีก จำเลยที่ 1 จึงเป็นฝ่ายผิดสัญญาต้องส่งมอบแม่พันธุ์โคนมให้แก่โจทก์ หากจำเลยที่ 1 ไม่ส่งคืน จำเลยที่ 1 และที่ 2 ต้องร่วมกันชำระราคาเป็นเงิน 57,500 บาท ให้แก่โจทก์

คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 จะต้องร่วมกันรับผิดชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงิน 57,500 บาท นับแต่วันฟ้องหรือไม่ เห็นว่า การเรียกค่าเสียหายจำนวนเงิน 57,500 บาท นั้น เป็นการเรียกเอาค่าเสียหายตาม ป.พ.พ. มาตรา 222 วรรคหนึ่ง จึงเป็นการเรียกค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายเช่นที่ตามปกติย่อมเกิดขึ้นแต่การไม่ชำระหนี้นั้น และโจทก์สามารถเรียกดอกเบี้ยในราคาทรัพย์ระหว่างผิดนัดจากจำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้ในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีตามมาตรา 222 และ 225

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงิน 57,500 บาท นับแต่วันฟ้อง (31 มกราคม 2540) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ค่าทนายความชั้นฎีกาให้เป็นพับ.

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th